หน้าแรก / ต่างประเทศ
โอกาสเหมาะ
วันที่ 07/09/2553 00:00 (ผ่านมา 517 วัน 10 ชั่วโมง 39 นาที)สถานที่พบปะยังไม่ลงตัว ประเด็นนี้ทำเนียบขาวยังคงติดต่อ หารือกับผู้นำอาเซียนอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ต้องการให้พบปะที่วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นเมืองหลวง ที่ตั้งทำเนียบขาว และศูนย์กลางการปกครองประเทศ
จะทำให้การพบปะมีความสำคัญ และโดดเด่นมากกว่านิวยอร์ก ซึ่งภาพที่เห็น จะเป็นแค่การพบปะเจรจา “นอกรอบ” การประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น
ส่วนทีมงานทำเนียบขาว ต้องการให้พบที่นิวยอร์ก เพราะสะดวกกว่าสำหรับทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญการพบปะที่วอชิงตัน จะถูกมองว่าสหรัฐ “ให้การยอมรับ” พม่า ที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 7 พ.ย. ซึ่งสหรัฐและชาติตะวันตกต่อต้าน เนื่องจากเห็นว่าเป็น “มหกรรมลวงโลก” ขาดความเป็นประชาธิปไตย และไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
จะเป็นการประชุมสุดยอด สหรัฐ-อาเซียน ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นโอบามาและบรรดาผู้นำของอาเซียนให้คำมั่น จะร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น ในหลายด้านที่เกิดประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การจัดการภัยพิบัติ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ภาวะโลกร้อน หรือความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น
การประชุมสุดยอด สหรัฐ-อาเซียน ครั้งที่ 2 นี้ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เกริ่นนำร่องไว้ก่อนแล้ว ระหว่างเดินทางมาเวียดนาม เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
อาเซียนและเออาร์เอฟ (การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก) คือเสาหลักที่แข็งแกร่ง และทรงประสิทธิภาพ ต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของเอเชีย
เสริมด้วยคำพูดของ เออร์นี บาว เออร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งบอกว่า “อาเซียนจะเป็นผู้กำหนด ทิศทางการค้าและความมั่นคงใหม่ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในศตวรรษนี้”
นั่นคือมุมมองของทีมที่ปรึกษา ด้านการต่างประเทศ ของรัฐบาลสหรัฐในยุคของโอบามา ซึ่งเป็นผลให้ทำเนียบขาว ต้องหันมามุ่งเน้นความสัมพันธ์กับอาเซียนเป็นพิเศษ หลังปล่อยปละละเลย และถูกมหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีน เข้ามาปูพรมแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาค ในช่วงรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่มุ่งเน้นผลักดันกระบวนการสันติภาพตะวันออกกลาง และสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ในอิรักและอัฟกานิสถาน
จีนหว่านเงินนำหน้าการทูต ซื้อใจหลายประเทศในอาเซียนได้ระดับหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์เชิงลึก ด้านการเมืองและความมั่นคง ของประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนและสหรัฐยังคงอยู่
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของโอบามา หันมาเปิดฉากรุกเต็มตัว เพื่อช่วงชิงอิทธิพลในอาเซียนคืนจากจีน ซึ่งนัก วิเคราะห์มองว่า น่าจะไม่ยากสำหรับมหาอำนาจสหรัฐ เพราะความสัมพันธ์ของจีนในภูมิภาคนี้ ภาพที่เห็นเป็นแบบ “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” แทบทั้งสิ้น
และจากผลประเมินเชิงลึกของวอชิงตัน ถ้าให้ 10 ประเทศอาเซียนเลือกยืนข้าง ระหว่างสหรัฐกับจีนในเวลานี้ 8 ประเทศจะเลือกสหรัฐ มีแค่ 2 ประเทศที่ยังเลือกจีน คือพม่ากับลาว
ต้องรอดูซัมมิต สหรัฐ-อาเซียน รอบ 2 ที่สหรัฐ จะมีทีเด็ดอะไรให้ฮือฮา และจะถึงขั้นทำให้จีนต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่หรือไม่.
เลนซ์ซูม
ต้นฉบับ: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=5&contentId=90078
ที่มา: เดลินิวส์
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ต่างประเทศ