หน้าแรก / การเมือง
ยังไม่พบล็อบบี้โหวตผ่านงบฯ
วันที่ 07/09/2553 01:04 (ผ่านมา 520 วัน 21 ชั่วโมง 20 นาที)
การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจาณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ วันที่ 6 ก.ย. ส.ว.ได้แบ่งความเห็นออกเป็นฝ่ายสนับสนุนได้แก่กลุ่ม 40 ส.ว. และกลุ่มส.ว.สายสรรหา และ ฝ่ายที่เห็นว่าการจัดสรรงบฯ ไม่มีประสิทธิภาพ โดย นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การจัดสรรงบฯของรัฐบาลไม่เน้นการกระจายรายได้ ไม่สร้างหลักประกันทางรายได้ และไม่ลดรายจ่าย ทำให้กลุ่มคนภาคเกษตรกรรมและค้าขายไม่ได้รับประโยชน์ แต่กลับส่งเสริมธุรกิจที่เป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับประโยชน์ด้านการส่งออก การตั้งงบขาดดุลโดยไม่มีแผนใช้คืนเงินกู้ ส่งผลให้เกิดหนี้สาธารณะกว่า 5 ล้านล้านบาท ไม่รู้ว่าอีกกี่พันปีจะใช้หนี้หมด ทางแก้ปัญหาคือ รัฐบาลต้องออกมาตรการเรียกเก็บภาษีจากคนรวย เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน และภาษีสัมปทานของรัฐ ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในงบกลาง และขอให้รัฐบาลยุติการขึ้นเงินเดือนให้ส.ส. ส.ว. เพราะจะยิ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนักการเมืองตกต่ำลง และเห็นว่าประเทศไทยยังมีอำนาจนอกระบบ เห็นได้จากนายกรัฐมนตรียอมรับว่าหากมีการยุบสภา ก็ไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่
ส่วนงบประมาณด้านการศึกษา การส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ด้านจิตสาธารณะยังมีน้อยมาก ส่งผลให้เด็กมีค่านิยมใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหานักเรียนอาชีวะตีกันได้ ขณะที่การจัดสรรงบให้ข้าราชการครูยังน้อยเกินไป มุ่งเน้นแต่การจัดซื้อวัตถุด้านการศึกษาเป็นหลัก
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดทำงบประมาณปี 2554 แต่รู้สึกเป็นห่วงตัวเลขเงินกู้ ซึ่งจะก่อปัญหาภาระหนี้สินในอนาคต รัฐบาลต้องควบคุมการใช้จ่ายให้เกิดการรั่วไหลน้อยที่สุด ต้องทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นลดลงให้ได้ นายกฯ จะเป็นมิสเตอร์คลีนคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูแลคนใกล้ชิดรอบข้างด้วย รวมถึงหลายโครงการของรัฐบาลที่หลายฝ่ายมองว่ากู้มาโกง จนหลายสำนักจัดให้ไทยติดอันดับการทุจริตคอร์รัปชั่นลำดับต้นๆ และนับวันตัวเลขทุจริตจะเพิ่มสูงขึ้น จึงฝากนายกฯให้ดูแลโครงการต่างๆ เช่น การเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.) มาหลายครั้ง จนเกิดความบาดหมางกันในรัฐบาล โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่มีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีบางคนที่เป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างได้ประโยชน์สูงถึง 6,000 ล้านบาท และการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในทุกระดับ ที่มีปัญหาเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังมีข่าวว่ามีการนำงบประมาณที่แบ่งให้ส.ส.ไปฝากไว้กับผวจ. โดยมี ส.ว.บางคนเข้าไปมีเอี่ยวด้วย รวมถึงเรื่องการประมูลใบอนุญาต 3 จี ที่เร่งรีบจัดการประมูลทั้งที่มีปัญหาอยู่ ซึ่งมีข่าวฮั้วประมูลโดยบริษัทรับเหมารายหนึ่ง และต่างประเทศไม่ยื่นซองประมูลด้วย
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาทุจริตมาตลอด ส่วนที่มีภาคเอกชนวิจารณ์ว่าปัญหาทุจริตคอรัปชั่นนับวันยิ่งรุนแรงนั้น ได้มีแนวทางว่าต่อไปจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนผ่านแผนปรองดอง ปัญหาการทุจริตจะเกิดไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจาก 3 ฝ่าย คือ การเมือง ข้าราชการ และภาคธุรกิจ เรื่องที่น่ายินดีคือขณะนี้ข้าราชการและภาคธุรกิจยินดีร่วมมือกันแล้ว โดยสภาหอการค้าไทยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานร่วมกัน และได้ให้ภาคเอกชนไปรวบรวมข้อมูลธุรกิจที่มีปัญหาทุจริตมากคือ ภาครับเหมาก่อสร้าง เพื่อเสนอต่อราชการว่าจะต้องแก้ไขกฎระเบียบอย่างไร เชื่อว่าจะได้ผลสรุปก่อนสิ้นปีนี้ทั้งนี้ยอมรับว่าบางเรื่องมีมูลความจริง แต่ทุกโครงการที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะไม่ยอมปล่อยผ่านไปเด็ดขาด ไม่เพิกเฉย เช่น โครงการรถเมล์เอ็นจีวี ที่ได้ย้ำแล้วว่าต้องโปร่งใส ส่วนโครงการขยายต่อสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเพียงความต้องการอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารเท่านั้น ดังนั้นขอให้ความมั่นใจว่าจะรักษาผลประโยชน์ประชาชน จะไม่อุ้มชูในเรื่องที่ผิดเด็ดขาด และจะไม่ทำเพื่อแลกกับตำแหน่งให้รัฐบาลอยู่ต่อแน่นอน
ต่อมานายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ส่วนตัวจะไม่โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะในภาพรวมไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องหนี้สาธารณะในอนาคต ไม่ตอบถึงคำถามการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งเรื่องการแทรกแซงราคาพืชผลและการประกันรายได้เกษตรกร แต่เป็นการตอบคำถามถึงความเป็นไปทางการเมืองเป็นการจัดงบประมาณปีสุดท้ายเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ทั้งที่นายกฯ เคยประกาศตอนเข้ารับตำแหน่งว่าภาระกิจอันดับแรกจะยุติการเมืองที่ล้มเหลว แต่การจัดงบ 54 ไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องดังกล่าวเลย ขนาด ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยังออกมายอมรับว่ามีการทุจริต 50-100 เปอร์เซนต์ ซึ่งตนต้องการให้เจตนาของนายกฯ ประสบความสำเร็จ จึงจะขอเป็นหนึ่งในเสียงที่ไม่เห็นชอบเพื่อแสดงออกทางยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้เห็นว่าวันนี้การเมืองก็ยังล้มเหลวอยู่
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ชี้แจงยืนยันถึงความโปร่งใสในการดำเนินการโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม ทั้งการจัดเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 รวมถึงโครงการขยายถนนสี่เลนขึ้นเขาใหญ่ ว่าทุกโครงการดำเนินการต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่ผ่านๆมา เป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ไม่ใช่ริเริ่มในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อมีข้อท้วงติง ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนจนสามารถประหยัดงบประมาณได้โครงการละหลายพันล้านบาท แต่ก็ไม่เคยมีใครยกขึ้นมาพูด ส่วนที่ส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่า แต่ละโครงการเป็นการเตรียมการโกง ทำไมไม่พูดว่ารัฐบาลนี้ประหยัดงบประมาณได้มาก ถ้าจะเตรียมการโกงคงไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า จากกระแสข่าวว่าจะมี ส.ว.บางส่วนโหวตคว่ำร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลเกิดความกังวลใจ โดยจะส่งรัฐมนตรีมาล็อบบี้ส.ว. ขอให้โหวตผ่านนั้น ล่าสุด ส.ว.เลือกตั้งบางส่วน ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลได้เคลื่อนไหวโดยมีการขอร้องผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ช่วยพูดคุยกับส.ว.เลือกตั้งในจังหวัดที่สนิทสนมกัน ขณะเดียวกันมีผู้ใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค ประสานมาทางส.ว.ผู้ใหญ่สายเลือกตั้ง ที่สนิทสนมกัน 2 คน ให้ช่วยพูดคุยกับส.ว.เลือกตั้งให้ช่วยโหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่เท่าที่ตรวจสอบบรรยากาศในช่วงเที่ยงจนถึงเย็น ที่ห้องอาหารและห้องทานกาแฟของสมาชิก บริเวณหน้าห้องประชุมรัฐสภาชั้น 2 อาคารัฐสภา 1 ยังไม่มีรัฐมนตรีคนใดเดินมาพบปะพูดคุยกับ ส.ว. เพื่อขอให้ช่วยโหวตผ่าน
อย่างไรก็ตาม ส.ว.เลือกตั้งและส.ว.สรรหาบางส่วนนำโดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา มีความกังวลเรื่องการสอดไส้ขึ้นเงินเดือน ส.ส. ส.ว. หาก ส.ว.โหวตเห็นชอบอาจเข้าข่ายมีส่วนในการใช้งบประมาณทั้งทางตรงหรือทางอ้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 168 วรรคหก ที่บัญญัติห้ามไว้
ไทยรัฐออนไลน์
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/content/pol/109139
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง