หน้าแรก / การเมือง
เร่งเครื่อง 'ทลายหิ้ง' ต่อยอดงานวิจัย 'สู่ห้าง' สร้างประโยชน์
วันที่ 07/09/2553 00:00 (ผ่านมา 520 วัน 22 ชั่วโมง 17 นาที)
และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยไม่มีธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วยตนเอง อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาเราขาดดุลการชำระเงินทางเทคโนโลยี 132,689 ล้านบาท และขาดดุลค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประมาณ 75,000 ล้านบาท”
...นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้อำนวยการ สวทช.-สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระบุไว้ในงานสัมมนา “การส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : จากหิ้งสู่ห้าง” ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งงานสัมมนานี้เกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่ว่ามาข้างต้น ในมุมของการระดมความคิดเห็น รวมพลัง ในการทำให้ข้อเท็จจริงดังว่า...พลิกด้าน
งานสัมมนางานนี้ เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร, สวทช.-สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, วว.-สถาบัน วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, สนช.-สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นการมารวมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อร่วมกันคิดหาทางออกของปัญหา ทำให้เกิดการร่วม มือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมความคิดเห็นเพื่อใช้เป็นแนว ทางในการผลักดัน ในการเสนอต่อรัฐบาล ในเรื่องการนำความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็น “ยุทธศาสตร์หลัก”.....
ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
“การสัมมนาครั้งนี้เป็นการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ทำให้เห็นภาพว่าการวิจัยมีความสำคัญกับประเทศและเศรษฐกิจ การนำงานวิจัยไปใช้ในธุรกิจสามารถสร้างกำไร สร้างความมั่นคงให้ธุรกิจได้ การวิจัยนั้นสามารถพาประเทศไปสู่การพัฒนาได้ แต่ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชน”...ดร.ทวีศักดิ์ระบุ
พร้อมทั้งบอกอีกว่า...รายได้ของการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี และค่าบริการทางเทคโนโลยี ที่เกิดจากธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งมาจากการวิจัยและพัฒนาของเอกชนไทย ยังมีสัดส่วนต่ำ เราต้องเพิ่ม ทั้งปัจจัยการลงทุนด้านวิจัย และปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิ ผลในการนำงานวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่เชิงพาณิชย์ ให้มากขึ้น เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่ง ขันของประเทศให้สูงขึ้น
“การทำงานวิจัยในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐเป็นผู้คิดค้นวิจัย เราถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของรัฐ ถ้าภาคเอกชนมาซื้อผลงานไปใช้ รัฐก็จะได้ส่วนแบ่งค่าทรัพย์สินทางปัญญา แต่ถ้าเป็นการร่วมกันลงทุนในการวิจัยระหว่างรัฐกับเอกชน ก็จะแบ่งกันตามสัดส่วน ซึ่งการร่วมมือกันในการวิจัยระหว่างรัฐและเอกชนนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะเป็นการวิจัยที่ตรงวัตถุประสงค์ในการใช้”
ดร.ทวีศักดิ์ระบุต่อไปว่า...ที่ผ่านมาทาง สวทช. เองก็ได้มีการทำโครงการวิจัยโครงการต่าง ๆ ออกมามากมาย ประมาณ 1,000 กว่าโครงการต่อปี แต่เมื่อปี 2552 ปล่อยโครงการวิจัยไปได้เพียง 65 รายการเท่านั้น ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนน้อยมากในการซื้องานวิจัยไปผลิตลงทุนในธุรกิจ
ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ก.ย. 2553 ทาง สวทช. จะนำผลงานวิจัยที่พร้อมในการ “ต่อยอดทางธุรกิจ” กว่า 25 ผลงาน ซึ่งคัดเลือก จาก 100 ผลงาน ไปจัดแสดงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้นักลงทุนได้พบกับนักวิจัยโดยตรง เพื่อเป็นเวที เป็นช่องทาง เลือกที่เชื่อมโยงวงการอุตสาหกรรม การลงทุน และการเงิน เข้ากับวงการวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีที่สร้างผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม
“เป็นเรื่องดีที่นักวิจัยจะได้รับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนโดยตรง เพื่อนำไปปรับทิศทางการทำการวิจัยให้ตรงกับที่นักลงทุนต้องการ เพื่อให้งานวิจัยต่อยอดทางธุรกิจได้”...ดร.ทวีศักดิ์ระบุ
ขณะที่ พ้อง ชีวานันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในงานสัมมนาว่า... การวิจัยทั้งส่วนของภาครัฐและเอกชนต้องใช้เงินในการลงทุนทำวิจัยไปเป็นจำนวนมหาศาล แต่ส่วนใหญ่ผลงานที่วิจัยออกมายังไม่ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์มากนัก ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้พยายามหามาตรการที่จะส่งเสริมงานวิจัย และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ โดยในการสัมมนาก็เป็นการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา พร้อมหาวิธีแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
“คณะกรรมาธิการฯ จะนำผลการสัมมนาเสนอต่อสภา และรัฐบาล เพื่อใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายด้านนี้ เพื่อให้เป็นหนึ่งของยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อย่างยั่งยืนต่อไป”
โดยสรุป...นี่คือการเร่งเครื่อง “ทลายหิ้งงานวิจัย”
เพื่อ “ผลักดันงานวิจัยสู่ห้าง” ซึ่งน่าติดตามผล!!.
ต้นฉบับ: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=8&contentId=90058
ที่มา: เดลินิวส์
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง