หน้าแรก / การเมือง

"อานันท์"โยนเผือกร้อน "มาร์ค" แจงเหตุตัด 7 ประเภทกิจการรุนแรง

วันที่ 06/09/2553 20:27 (ผ่านมา 521 วัน 1 ชั่วโมง 48 นาที)

"อานันท์"โยนเผือกร้อน "มาร์ค" แจงเหตุตัด 7 ประเภทกิจการรุนแรง

“อานันท์” โยนรัฐเคลียร์ประชาชนให้ได้เอง ตัดประเภทกิจการรุนแรงจาก 18 ประเภท หรือ 11 ประเภท ย้ำทำหน้าที่ตามอำนาจแล้ว ชี้ผลลัพธ์ประชาชนลดความเชื่อถือรัฐบาล ซัดเจ้าของกิจการเคยลั่นวาจาจะรับฟังความเห็นชาวบ้านแม้คำสั่งศาลจะออกมาอย่างไร ขณะที่เอ็นจีโอบี้รัฐบาลพร้อมเจรจา แต่ต้องไร้เงื่อนไข

วันนี้(6 ก.ย.) นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุด กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมตัด 18 ประเภท เหลือ 11 ประเภท เป็นกิจการไม่รุนแรงว่า การที่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะเสนอไปกี่ประเภทก็แล้วแต่เป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะพิจารณาผ่านขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐบาลจะรับกี่ประเภท ก็เป็นอำนาจของเขา เราถือว่าเราจบเกมส์แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ตนพูดย้ำเสมอก็คือ ในการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย รัฐบาลจะตัดเพิ่มอย่างไร ตนก็ไม่ขัดข้อง แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำก็คือ ถ้าหากจะตัดอะไรออกไป รัฐบาลต้องอยู่ในฐานะที่อธิบายให้ประชาชนเข้าใจ แจ่มแจ้ง ชัดเจน ว่าอย่างไรถึงตัดไป ถ้ารัฐบาลไม่สามารถสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ได้ ผลลัพธ์ก็จะอยู่ที่รัฐบาลว่า ความเชื่อถือของประชาชนก็จะลดน้อยลงไป

นายอานันท์ กล่าวว่า ไม่ว่าคำสั่งศาลจะออกมาเป็นประการใด เดิมที่ที่ให้การคุ้มครอง 76 โครงการแล้วมีการลดหย่อนลงไป แต่โรงงานทุกโรงงานได้ให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และได้พูดซ้ำในที่สาธารณะหลายครั้งแล้วว่า ไม่ว่าคำสั่งศาลจะออกมาอย่างไร โรงงานเหล่านี้จะต้องผ่านขั้นตอนของการทำอีไอเอ เอชไอเอ ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และโรงงานทุกโรงงานจะต้องเข้าสู่กระบวนการที่คณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่ายได้จัดทำขึ้น ภายใต้มาตรา 67 วรรค 2

นายอานันท์ กล่าวว่า จุดยืนของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ก็ยังยืนยันเรื่อง 18 ประเภทโครงการตามที่ได้เสนอไป และจะได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย. นี้ เป็นการประชุมหารือเรื่องความคืบหน้าถึงสิ่งที่ทางเราได้ทำไป รัฐบาลได้ตอบสนองหรือดำเนินการไปอย่างไรแล้ว นอกเหนือจากการลดจำนวนประเภทโครงการลงเหลือ 11 โครงการ และเรื่องการลดมลพิษโดยทั่วไปที่เราได้เสนอไป รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไร

“เรายืนยันว่าจำนวน 18 โครงการ ผมอยากจะย้ำว่า ที่มาบตาพุดมันคงจะไม่มีปัญหาอะไร หนักลงไปอีก ซี่งเจ้าของโครงการเขาก็ได้สัญญาแล้วตามมาตรา 67 วรรค 2 แต่มันจะมีผลกระทบในพื้นที่อื่น แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เราต้องน่าเห็นใจประชาชนมาบตาพุด และสิ่งที่เราอยากเห็นที่ยังไม่เกิดขึ้นขณะเดียว คือเรื่องการประสานรัฐบาลในการเปิดพื้นที่ และการสร้างฐานความเชื่อถือ และความเข้าใจให้กับประชาชน แต่เมื่อ รัฐบาลประกาศ 11 ประเภท และยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ผลกระทบก็คือว่า ราษฎรมีมากขึ้นในพื้นที่ที่มีความห่วงใย หรือลดความน่าเชื่อของรัฐบาลไป อันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องตอบสนองความรู้สึกของประชาชน และอยากจะรู้ว่าในปัจจุบันนี้รัฐบาลดำเนินการมาตรการอย่างไร ในการที่จะลดมลภาวะ โดยทั่วไป ตามที่เราเสนอไป เป็นมาตรการที่จับต้องได้ เป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรม สามารถดำเนินการได้เลย” นายอานันท์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้ง 76 โครงการ เมื่อยื่นไปที่กระทรวงทรัพย์ฯ ไปแล้ว อาจจะพิจารณาว่า ไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง ก็ไม่รับพิจารณา นายอานันท์ กล่าวว่า ก็ไปถามรัฐบาล หากรัฐบาลจะเบี้ยว ก็แล้วแต่รัฐบาลไป หากฝ่ายอุตสาหรรมเขาพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการแล้วทำไมรัฐบาลจะไม่ตอบสนองความต้องการของฝ่ายผู้ประกอบการ เขายอมทำแล้ว หากรัฐบาลไม่ดำเนินการไปตามบทบาท หน้าที่ของตัวเอง ที่ควรจะทำ ก็ถือว่าวรัฐบาลเพิกเฉยต่อหน้าที่ของตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่ารับได้หรือไม่ที่รัฐบาลได้เสนอให้เหลือแค่ 11 ประเภท นายอานันท์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะรับได้หรือรับไม่ได้ ตนยอมรับว่ารัฐบาลมีอำนาจ ถ้าหากจะลดประเภทลง รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ชี้แจงให้ประชาชน รับทราบว่าเหตุใด จึงไม่รับ ต้องชี้แจงเหตุผล ประชาชนจะรับหรือไม่รับอีกเรื่องหนึ่ง แต่เท่าตนดูขณะนี้ยังไม่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดมากนัก รัฐบาลไม่ได้บอกว่าเหตุใดถึงตัด ตัดเพราะเหตุผลใด รัฐบาลอาจจะมีเหตุผลที่ดี แต่ไม่ได้ทำหน้าที่อธิบายให้ประชาชนทราบ หรืออย่างน้อยก็ต้องอธิบายให้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายทราบ

“ผมคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องอธิบายมาเป็นลายลักษณ์อักษรมากกว่า เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จำเป็นที่จะต้องพูดอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การให้สัมภาษณ์กับนักข่าว อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ในแง่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย เราก็อยากจะรู้เหตุผลที่แท้จริง เราไม่ได้บอกว่ารัฐบาลไม่มีเหตุผล หรือไม่ใช้เหตุผล แต่มีอะไรก็แบ่งปันให้ทราบกันบ้าง เพื่อความเข้าใจของเราเอง และเราสามารถอธิบายกับประชาชนได้ด้วย รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่อธิบายให้เราทราบ แต่มีหน้าที่อธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วย” นายอานันท์ กล่าว

ขณะที่นายสุทธิ อัชฌาสัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ที่ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอานันท์ ปันยารชุน กล่าวว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่ารัฐบาลต้องการที่จะเจรจา แต่จะต้องไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหากจะเจรจากับเราก็ต้องคุยทุกเรื่อง แต่หากมีเงื่อนไข ทางภาคประชาชนก็ต้องพิจาณาอีกทีว่าจะทำอย่างไร ซึ่งหากจะเจรจาก็ต้องคุยทุกเรื่อง เจรจาผ่านสื่อสารสาธารณะไปเลย เพราะเรามองว่าการเจรจาเป็นเครื่องมือที่ดีและมีประโยชน์ และถ้าจะเจรจาก็ต้องคุยทั้งหมด 11 ประเภทโครงการนี้ด้วย

“เราคิดว่าต้องคุยทั้งหมด เรื่องไหนที่ยังติดใจกัน และนำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับประชาชน และเรื่องที่ประชาชนเขาสงสัยก็ต้องคุยกัน ทำความเข้าใจกัน ให้ประชาชนรับทราบ ให้ได้ช่วยกันคิดสังเคราะห์ ถือเป็นการเจรจาระหว่างประชาชนและรัฐบาลไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นปัญหาของประชาชนที่สะสม หมักหมม “ นายสุทธิ กล่าว


ต้นฉบับ:


ที่มา: ผู้จัดการ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง