หน้าแรก / การเมือง

ปชป.ชี้ “แม้ว” อมพระมาพูด ปากหนุนปรองดอง แต่พฤติกรรมก้าวร้าว

วันที่ 05/09/2553 15:05 (ผ่านมา 522 วัน 7 ชั่วโมง 21 นาที)

ปชป.ชี้ “แม้ว” อมพระมาพูด ปากหนุนปรองดอง แต่พฤติกรรมก้าวร้าว

โฆษก ปชป.ออกโรงซัดเพื่อไทย-แม้ว อมพระมาพูด ปากหนุนปรองดองแต่พฤติกรรมยังก้าวร้าว ย้ำไม่ขอเจรจากับพวกก่อการร้าย ฟุ้งผลสำเร็จ “มาร์ค” เยือนแดนมังกร เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับไทย ยืนยันลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง เตรียมเสนอ สภาอนุมัติโครงการรถไฟไฮสปีดจีน-ไทย-มาเลยฯ ด่วน
วันนี้ (5 ก.ย.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยได้แสดงความพร้อมจากคำแถลงการณ์ของแกนนำพรรค แต่แนวร่วมของพรรคเพื่อไทยอื่นๆ ก็ยังวังวนอยู่กับความคิดเดิมที่พยายามกล่าวหาว่ารัฐบาลไล่ล่า เอาคนแพ้เข้าคุก และปฏิเสธที่จะเจรจากับคู่กรณีมาโดยตลอด แนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่เคยกล่าวว่าพร้อมที่จะหารือกับทุกฝ่ายนั้น ได้ขีดเส้นไว้ว่าหากคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะใช้วิธีการก่อการร้าย หวังที่จะบีบให้ประเทศชาติต้องตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว เพื่อหวังผลทางการเมืองรัฐบาล ก็จะไม่เจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้ายโดยไม่ได้ตีความรวมถึงผู้ชุมนุม เช่นเดียวกับกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินเข้ามา ก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะปากบอกว่าปรองดอง แต่พฤติกรรม หรือคำพูดหลายส่วนกลับพยายามสร้างความสร้างความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกันนั้น จึงไม่มั่นใจว่ามีความจริงใจในการสร้างความปรองดองจริงหรือไม่

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พรรคขอยืนยันว่าแม้กลุ่มแนวร่วมเหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการปรองดอง ก็ไม่อยากสังคมมองว่ากลุ่มแนวร่วมเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่จะต้องให้ความเห็นชอบก่อน กระบวนการปรองดองและการสร้างความสงบในประเทศจึงจะเดินหน้าต่อไป แค่ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยแสดงออกมาก็เพียงพอที่จะเดินหน้าอาจจะยังไม่ใช้คำว่าเจรจา แต่พร้อมที่จะหารือแลกเปลี่ยนและร่วมกันทำงานเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาขั้นตอนในระดับแรกก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมือง

นพ.บุรณัชย์กล่าวถึงความสำเร็จจากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ว่าในการเดินทาง 2 วันแรก ได้มีความสำเร็จเป็นรูปธรรม 3 ข้อ กล่าวคือ 1.ยืนยันความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจีนถือว่าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 โลก ประเทศไทยโดยนายกฯ ได้สร้างความมั่นใจในการที่ให้จีนได้ตกลงที่จะลงทุนในรถไฟความเร็วสูง จากจีนผ่านไทยไปมาเลเซียมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ และจะเป็นการสร้างงานในประเทศไทย และถือว่าเป็นการเปิดเศรษฐกิจภูมิภาคทางตอนใต้ของเอเชียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประเทศที่ได้รับประโยชน์โดยตรงก็คือประเทศไทย เพราะเส้นทางเดินรถไฟส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย โดยกรอบความเห็นชอบในเรื่องนี้ รัฐบาลจะเร่งเข้าสู่ที่ประชุมของสภาเพื่อได้รับอนุมัติตามมาตรา 109 ภายใน 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำทางธุรกิจ และสื่อมวลชนของจีน และของโลกหลายราย ซึ่งต่างก็ให้ความมั่นใจในทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองของรัฐบาลนี้ และได้รับเสียงตอบรับดีมากทั้งจากนักลงทุน และจากสื่อมวลชน ถือว่าเป็นการยืนยันและสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย เพื่อให้การลงทุนจากมิตรประเทศกลับคืนมาอีกครั้ง

อีกทั้งความสำเร็จในการแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศที่ยังอยู่ในช่วงที่จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจจากการความรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ทำให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขวิกฤตการเมืองนั้นทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ และการเมืองไทยกลับมาสู่เส้นทางประชาธิปไตยบนพื้นฐานของความมั่นคง และเสถียรภาพที่ดี ถือว่าเป็นการยืนยันและกอบกู้ภาพลักษณ์ของไทยว่า ขณะนี้ประเทศรุกขึ้นยืน และก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคถือว่าเป็นการทำงานใน 1 ใน 5 องค์ประกอบของกระบวนการปรองดอง โดยการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถือว่าเป็นแนวทางดำเนินโดยอิสระ จากนักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมโดยไม่มีส่วนได้เสีย และผู้ที่ได้รับผลกระทบคือภาคการเมืองนั้นก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือกำหนดแนวทางการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้อเสนอเบื่องต้นทั้งเขตเลือกตั้ง และมาตราต่างๆ นั้นก็ได้อาศัยโครงร่างจากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้เป็นสำคัญ ขณะนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงที่จะพูดถึงกระบวนการและวิธีการหลังจากพิจารณาในเรื่องเนื้อหาสาระ ซึ่งทางพรรคถือว่ากระบวนการและวิธีการโดยองค์กร และคณะทำงานที่เป็นอิสระ พรรคจะไม่แทรกแซงและเคารพความเห็นของการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ไม่ว่าจะส่งผลต่อการทำงานโดยตรงของพรรคประชาธิปัตย์ ในทางที่จะเสียเปรียบ การลงหาเสียง หรือการเลือกตั้ง แต่ก็ถือว่าส่วนนี้ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการปรองดอง และพรรคก็ถือว่าประโยชน์ของประเทศชาติมีความสำคัญมากกว่าการได้เปรียบทางการเมือง


ต้นฉบับ:


ที่มา: ผู้จัดการ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง