หน้าแรก / การเมือง

“ยะใส” เสนอ 10 ข้อชง กก.แก้ รธน.หาข้อยุติก่อนปรับที่มา ส.ส.

วันที่ 05/09/2553 17:43 (ผ่านมา 522 วัน 4 ชั่วโมง 40 นาที)

“ยะใส” เสนอ 10 ข้อชง กก.แก้ รธน.หาข้อยุติก่อนปรับที่มา ส.ส.

เลขาฯ การเมืองใหม่ ติง กก.แก้ รธน.รีบเกินไป แนะคุยปฏิรูปการเมืองก่อน เสนอ 10 ประเด็นให้กรรมการหาข้อยุติ ก่อนคุยเรื่องที่มา ส.ส.-ส.ว. “สำราญ” ลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งทุกรูปแบบ หวังได้พรรคได้เก้าอี้ ส.ส. ขอแก้ที่มา ส.ส.ให้มีส่วนอาชีพผสมด้วย

วันนี้ (5 ก.ย.) ที่พรรคการเมืองใหม่ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ได้เสนอความเห็นเบื้องต้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เช่น ระบบที่มาของ ส.ส.ให้มี 500 คน มาจาก ส.ส.เลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว 375 คน และระบบบัญชีรายชื่อ 125 คน ว่า จากข้อสรุปที่ออกมาจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการฯ เร่งรีบเกินไปในการให้ความสำคัญกับส่วนที่เป็นรายละเอียดหรือประเด็นปลีกย่อยมากจนเกินไป ตนคิดว่าคณะกรรมการฯ ควรให้น้ำหนักกับหลักการการปฏิรูปการเมืองก่อนว่าแนวทางที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงและรอบด้าน การที่เสนอข้อสรุปเบื้องต้น 6 ประเด็นขึ้นมาเหมือนการลัดขั้นตอน น่าจะเป็นเรื่องที่มาพิจารณากันทีหลัง

นายสุริยะใสกล่าวว่า โดยตนขอเสนอ 10 ประเด็นสำคัญให้คณะกรรมการฯ นำไปหาข้อยุติ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาทั้งจากการใช้รัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 ก็ตาม ดังนี้ ประเด็นแรก การจัดความสัมพันธ์ของการเมืองในรัฐสภาและนอกรัฐสภา หรือการเมืองภาคนักการเมืองกับภาคพลเมือง ที่ต้องมีการจัดความสัมพันธ์ให้ลงตัว ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีพื้นที่ให้กับการเมืองภาคประชาชน ทำให้เกิดข้อขัดแย้ง เกิดการเผชิญหน้าที่ได้เห็นมาตลอดช่วง 4-5 ปีมานี้ ประเด็นที่ 2 หลักสิทธิเสรีภาพกับความมั่นคงแห่งรัฐเพราะประเทศไทยกำลังอยู่ในวิกฤตด้านความมั่นคง ฝ่ายหนึ่งบอกให้ใช้อำนาจเด็ดขาดในการจัดการปราบปราม แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าต้องคำสิทธิเสรีภาพของมนุษยชน จึงต้องสร้างเส้นแบ่งระหว่างสิทธิเสรีภาพกับความมั่นคงให้ลงตัว

ประเด็นที่ 3 รัฐธรรมนูญจะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างไร ประเด็นที่ 4 การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ประเด็นที่ 5 คือ การจัดทำงบประมาณแผ่นดินกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองใหม่ให้ความสำคัญ โดยในการเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข. ทางพรรคได้ชูนโยบายการแก้ไขการจัดทำงบประมาณแผ่นดินหรือ กทม. โดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 6 คือ บทบาทและสถานภาพขององค์กรอิสระ กับการเชื่อมโยงภาคประชาชนและสังคม โดยที่ผ่านมาองค์กรอิสระกลายเป็นอำนาจขั้วที่สี่ และปัญหาที่พบคือองค์กรอิสระบังคับใช้กฎหมายโดยขยายอำนาจตัวเองขึ้นตลอดเวลา กลายเป็นอาจที่เหนือการควบคุมและถ่วงดุล ที่ผ่านมาเราปล่อยให้องค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับสังคม คิดเพียงให้เป็นอิสระกับภาคการเมือง เท่ากับการสถาปนาอำนาจขั้วที่สี่ขึ้นมา โดยไร้การควบคุมตรวจสอบ ประเด็นที่ 7 แนวทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยจัดความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจแนวเสรีกับเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในความเป็นจริงรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ วางรากฐานไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนเท่าไร

ประเด็นที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเด็นที่เก้า ปัญหาวัฒนธรรมการเมืองกับแนวทางรัฐธรรมนูญนิยม โดยรัฐธรรมนูญ ปี 40 และ 50 มี การปล่อยให้บทบาทของนักกฎหมายมหาชนเข้ามามีอิทธิพลมากเกินไป จนทำให้บางครั้งลักลั่นกับวัฒนธรรมทางการเมืองของคนไทยและธรรมชาติของสังคม การเมืองไทย และประเด็นสุดท้าย คือการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยสร้างความเข้มแข็งและทำให้สื่อทางเลือกหรือสื่อภาคประชาชนมีคุณภาพ

“ส่วนประเด็นปลีกย่อยเรื่องที่มา ส.ส.-ส.ว.ระบบ เลือกตั้งต้องไม่หนีไปจากกรอบใหญ่ มิเช่นนั้นตั้งคณะกรรมการฯมากี่ชุดก็มานั่งเถียงกันเรื่องระบบเลือกตั้ง พอใช้ไปสักพักมีปัญหาก็ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ กลับไปกลับมาอีก ดังนั้นจึงอยากให้คณะกรรมการฯพิจารณา 10 ประเด็นที่เสนอให้ได้ข้อยุติเสียก่อน” นายสุริยะใสกล่าว

ด้าน นายสำราญ รอดเพชร รองหัวหน้าพรรค และโฆษกพรรค กล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่ไม่ติดใจในรูปแบบการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเลือกตั้งด้วยรูปแบบใด เราพร้อมในทุกรูปแบบก็จะลงสู่สนามเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตถ้าทางพรรคมีสิทธิมีเสียงมีโอกาสเข้าไปในฝ่ายนิติบัญญัติก็จะมีการเสนอแก้ไขในอีกหลายประเด็น ในส่วนเรื่องที่มา ส.ส.-ส.ว.อยากให้ทางคณะกรรมการฯได้ศึกษาเพิ่มเติมถึงการเปิดพื้นที่ให้กว้างขวางกว่าเดิม เพราะปัจจุบันผู้ที่มาเป็น ส.ส.480-500 คนนั้นมาจากตลาดของนักการเมืองที่มีอยู่ราว 2,500 คนเท่านั้นเอง เป็นบุคคลหน้าเดิมๆ บางคนก็ไม่มีคุณภาพ พรรคการเมืองใหม่อยากให้ออกแบบวิธีการเลือกตั้งโดยเปิดพื้นที่ให้แก่กลุ่ม อาชีพต่างๆ ทั่วประเทศ เช่้น กลุ่มประมง กลุ่มชาวนาชาวไร่ เป็นต้น ให้เขาได้มีโอกาสโดยออกแบบวิธีการเลือกตั้งทางตรงหรือทางอ้อมที่มีความเหมาะสม มิเช่นนั้นปัญหาของประเทศก็จะกระจุกอยู่กับนักการเมืองเพียงไม่กี่คน และตนเป็นห่วงว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถตกลงถึงที่มาของ ส.ส.-ส.ว.นี้กันได้หรือไม่ เพราะแก้ไขตามแนวทางของคณะกรรมการฯอาจทำให้บางพรรคได้ประโยชน์ บางพรรคอาจรู้สึกว่าเสียประโยชน์

“ถึงแม้พรรคการเมืองใหม่เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญในการปฏิรูป แต่เชื่อว่าคณะกรรมการฯชุดนี้จะมีเจตนาความมั่งมุ่นที่ดี มีแนวคิดที่จะปรับแก้ด้วยความสร้างสรรค์ แต่โดยกรอบการดำเนินการแล้วจะบรรลุผลสำเร็จหรือไม่ ยังไม่อาจทราบได้ เพราะต้องผ่านการสอบถามประชามติในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นเช่นไรยังไม่ทราบ จึงอยากฝากให้ใช้โอกาสนี้ในการศึกษาประเด็นที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงๆ” นายสำราญกล่าว


ต้นฉบับ:


ที่มา: ผู้จัดการ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด การเมือง