หน้าแรก / ภูมิภาค
รองโฆษก กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติวุฒิฯตรวจสอบสภาพป่าแก่งกระจาน
วันที่ 06/09/2553 17:20 (ผ่านมา 517 วัน 17 ชั่วโมง 4 นาที)
หลังจากที่ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานประสบปัญหาเถาวัลย์หลากหลายสายพันธุ์ แพร่กระจายปกคลุมตามยอดไม้ทั่วพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จนหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไข ก่อนจะบานปลายไปกระทบกับระบบนิเวศวิทยาและวิถีชีวิตของสัตว์ป่า ที่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการหากินตามธรรมชาติ
โดย น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี รองโฆษกคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เพชรบุรี พร้อม นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้นำพาคณะเดินทางไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าเขาสามยอด พร้อมสำรวจตามเส้นทางถนนสายบ้านวังวน-เขาพะเนินทุ่ง ที่หลายจุดพบสภาพป่าถล่มที่มีเถาวัลย์ปกคลุมเรือนยอดไม้อยู่มากมาย รวมถึงตามไหล่เขา อีกทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 10 ปี ก็ยังถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนยืนต้นตายแล้วจำนวนมาก
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผยว่า สำหรับป่าแก่งกระจานเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ ฝั่งตะวันออกของเทือกเขาตะนาวศรี ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี มีพื้นที่ 1.82 ล้านไร่ ซึ่งตอนนี้กำลังเกิดปัญหาเถาวัลย์ปกคลุมลักษณะคล้ายแหขนาดใหญ่ เหมือนเป็นป่าเถาวัลย์ไปแล้ว
อีกทั้งปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน โดยเถาวัลย์หากขึ้นปกคลุมแล้วจะทำให้ต้นไม้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ และส่งผลทำให้ต้นไม้ขนาดเล็กไม่สามารถเจริญเติบโตได้อีกด้วย และเมื่อปกคลุมเป็นเวลานานจะทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ยืนต้นตายและเมื่อโค่นล้มจะทำให้ต้นไม้ต้นอื่นล้มตามในลักษณะโดมิโน่อีกด้วย
และที่น่ากลัวที่สุดคือปัญหาการเกิดไฟเรือนยอดที่จะเกิดขึ้นจากสาเหตุที่เถาวัลย์ทับทมเกิดแห้งตายอยู่บนยอดไม้ซึ่งเมื่อหน้าแล้งจะเกิดไฟป่าขึ้นเองตามธรรมชาติทำให้เกิดไฟลุกไหม้เถาวัลย์แห้งที่อยู่บนยอดไม้จนกินบริเวณกว้างทำให้ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นตายตามไปด้วย
ด้าน น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี รองโฆษกคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า จากสภาพผืนป่าที่เห็นถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์เป็นวงกว้าง ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่คุกคามอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างร้ายแรง ต้องเร่งแก้ไขด่วน ซึ่งจากสภาพที่เห็นเถาวัลย์กินพื้นที่ไปแล้วกว่า 3 แสนไร่ โดยจะเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นลงพื้นที่ดูสภาพจริงของผืนป่าแก่งกระจานเพื่อที่จะได้ร่วมมือกันหาทางแก้ไข
อีกทั้งภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องของบประมาณมาณในการมาแก้ไข เพราะป่า 3 แสนกว่าไร่ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าภาครัฐไม่ดูแลเชื่อว่าผืนป่าแก่งกระจานที่จะจดทะเบียนเป็นมรดกโลกคงไม่เหลือที่จะได้รับการจดทะเบียนอย่างแน่นอน
พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพียงแห่งเดียวแต่ยังเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติอีกหลายแห่ง ถ้าภาครัฐไม่เข้ามาดูแลจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เริ่มกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ตัดต้นเถาวัลย์ที่ปกคลุมผืนป่าเป็นบางส่วนแล้วเท่าที่ทำได้ตามกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ อีกทั้งเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกด้วย
ต้นฉบับ:
ที่มา: ผู้จัดการ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ภูมิภาค