หน้าแรก / ไอที/วิทยาการ
อนาคตของโลกสื่อสารไร้สาย
วันที่ 07/09/2553 00:00 (ผ่านมา 517 วัน 9 ชั่วโมง 28 นาที)
เครือข่าย 3 จี จะมีประโยชน์ต่อเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายอย่างไรนั้น นายจอห์น สเตฟาแนค ประธานบริษัทควอลคอมม์ เซ้าท์อีสต์ เอเชีย แปซิฟิก ได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวกลุ่มเล็ก ๆ ณ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับโลกแห่งการสื่อสารไร้สายในปัจจุบันและอนาคต โดยระบุว่า ในฐานะที่คอวล คอมม์เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำในฟอร์ จูน และเป็นผู้นำในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมและบริการสื่อสารไร้สายใหม่ ๆ จดสิทธิบัตรมากกว่า 89,000 รายการ เฉลี่ยแล้วควอล คอมม์จดสิทธิบัตรวันละ 7-8 รายการ สิทธิบัตรเหล่านี้ทำให้เกิดอุปกรณ์การสื่อสารไร้สาย 3 จีในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย
ประธานควอลคอมม์ เอเชียฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกมากกว่า 5,000 ล้านคน จากจำนวนประชากรโลกกว่า 6,000 ล้านคน ในจำนวน 5,000 ล้านคนที่มีโทรศัพท์มือถือ เป็นผู้ใช้ระบบ 3 จี มากกว่า 1,000 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2,800 ล้านคนในปี 2557 ส่วนเครือข่ายโมบายไวแม็กซ์ มีผู้ใช้เพียง 2.9 ล้านราย คาดว่าภายในปี 2556 จะมีผู้ใช้โมบายไวแม็กซ์ จำนวน 32 ล้านคน เมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ใช้ 3 จี ทำให้ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 3 จี มาก
ผู้บริหารควอลคอมม์ เห็นว่า ภาครัฐควรจะสนับสนุนการใช้งานข้อมูลไร้สายหรือ ดาต้าผ่าน 3 จี เพื่อรองรับการใช้งานข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ 3 จี ให้มากยิ่งขึ้น โดยการจัดหา อุปกรณ์สนับสนุนการใช้งาน
“การจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั่วโลกจะมีจุดเปลี่ยนในปีนี้ จะได้เห็นโทรศัพท์มือถือ 3 จีขายได้มากกว่า 2 จี แม้แต่ในทวีปเอเชียก็จะเป็นแบบนี้ สำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่มีเครือข่าย 3 จี แต่ก็ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา กลับขายโทรศัพท์มือถือ 3 จี ได้มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความก้าวหน้าพร้อมที่จะเข้าสู่ยุค 3 จี”
นอกจากนี้ภาพรวมในตลาดโลก คาดว่า ในปี 2554 จะเป็นปีแรกที่มียอดขายโทรศัพท์มือถือ 3 จี มากกว่า 2 จี ถึง 50% เพราะผู้ใช้จะทำความคุ้นเคยใช้โทรศัพท์มือถือต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ในปี 2557 เพียงเดือนเดียว จะมีปริมาณการใช้ข้อมูลไร้สายมากกว่าการใช้งานตลอดปี 2551 เป็นผลมาจากการเติบโตของมือถือระบบ 3 จี การเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ฯลฯ
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้ผู้ใช้บริการ เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าภายในปี 2556 โอปเรเตอร์บางรายจะมีรายได้จากการใช้งานข้อมูลถึง 90% มีรายได้จากการใช้งานเสียงเพียง 1% เท่านั้น
ผู้ประกอบการก็จะให้ความสำคัญกับการใช้งานข้อมูลมากขึ้น ต้องยกย่องไอโฟนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย มีแอพพลิเคชั่นมากมาย ทำให้การใช้งานข้อมูลเติบโตมาก ล่าสุด เทลสตาร์ โอปเรเตอร์ในออสเตรเลียได้พัฒนาความเร็วการรับส่งข้อมูล เอชเอสดีพีเอ พลัส ความเร็วถึง 42 เมกะบิตต่อวินาที เป็นรายแรกของโลก แม้กระทั่งการใช้แอพพลิเคชั่นของเฟซบุ๊กก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน มีการใช้งานผ่านอุปกรณ์ไร้สายและใช้คลาวด์คอมพิวติ้งมากขึ้น
การเติบโตของเครือข่าย 3 จี จะทำให้เกิดอุปกรณ์ 3 จี ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อีบุ๊ก ด็องเกิล สมาร์ทโฟน ทีวี ตู้เย็น กล้องถ่าย รูป ฯลฯ ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์ 3 จีได้ เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต ความท้าทายของโอปเรเตอร์ก็คือทำอย่างไรถึงจะรวมค่าใช้จ่ายที่ติดตั้งอุปกรณ์ 3 จี ซึ่งแน่นอนว่าต้องใส่ซิม มีหมายเลขโทรศัพท์ หากในบ้านมีอุปกรณ์ 3 จี หลายอย่าง จะรวมบิลอย่างไรในหลายอุปกรณ์ไม่ให้ผู้ใช้เกิดความยุ่งยากเวลาไปชำระเงิน
นายจอห์น สเตฟาแนค ผู้บริหารควอลคอมม์ เอเชียฯ เชื่อมั่นว่า เครือข่าย 3 จี จะเป็นตัวขับเคลื่อนทั้งภาคธุรกิจ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และบันเทิง โดยยกตัวอย่างการดูแลสุขภาพซึ่งสหรัฐอเมริกามีใช้แล้ว เป็นการดูแลสุขภาพวัดระดับความดันโลหิต เบาหวาน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แล้วส่งรายงานกลับไปยังโรงพยาบาล คลินิก แพทย์ก็จะให้คำแนะนำผ่านระบบออนไลน์โดยไม่จำเป็น ต้องเดินทางไปถึงโรงพยาบาล
“3 จี จะเข้าไปอยู่ในทุกด้านของการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะโทรศัพท์มือถือกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับทุกคน ช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยีของผู้คน โอปเรเตอร์ก็จะมีบทบาทเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่เป็นแค่ท่อรับส่งข้อมูล 3 จี จะทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ๆ มากมาย เกิดบริการที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้ในรูปแบบมัลติมีเดียไร้สาย”.
ปรารถนา ฉายประเสริฐ
prathana.chai@gmail.com
ต้นฉบับ: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentId=90084
ที่มา: เดลินิวส์
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ไอที/วิทยาการ