หน้าแรก / หน้าหนึ่ง

ภาวะ ไม่เหมือนเดิม พลวัต แห่ง การเมืองไทย หลังปรับ "ครม."

วันที่ 27/01/2555 09:58 (ผ่านมา 27 วัน 4 ชั่วโมง 11 นาที)

(ที่มา : มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2555)


เหมือนกับเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะเป็นฝ่ายเดียวกัน

จะต่างก็เพียงแต่ คนหนึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จะต่างก็เพียงแต่คนหนึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อีกตำแหน่งหนึ่ง

กระนั้น ก็อยู่ในรัฐบาลเดียวกันอันมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น นายกรัฐมนตรี

แต่ภายหลังจากสถานการณ์ปรับ ครม.16 ตำแหน่งในเดือนมกราคม 2555 สถานการณ์ก็แยก นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กับ นายกิตติ์ศักดิ์ ณ ระนอง ออกจากกัน

นี่ย่อมเป็นไปตามกฎแห่งการเปลี่ยนแปลง กฎแห่งอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้

ทั้งๆ ที่หลักแห่งอนิจจังมีความแจ่มชัด มีความเที่ยงตรง อย่างยิ่ง ในการจัดสรรและแบ่งแยกสรรพสิ่ง ทั้งในทางความคิด ทั้งในทางการเมือง

แต่ภายในความแน่นอนของอนิจจังก็มีภาวะแห่งไม่แน่นอนดำรงอยู่

ภาวะแห่งความไม่แน่นอนซึ่งดำรงอยู่ภายในภาวะแห่งความแน่นอนตามหลักอนิจจังนี่แหละที่นำความซับซ้อนมาวางแบอยู่ ณ เบื้องหน้า

ทำให้การแบ่งขั้ว จัดฝ่ายทางการเมืองมีความยากลำบากขึ้น

นับแต่สถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นต้นมา คล้ายกับว่าสังคมไทยไม่มีอะไรซับซ้อน

นั่นคือ มีเพียงขั้วไม่เอาทักษิณ

แต่ดูเหมือนความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ไม่อนุญาตให้การแบ่งขั้วเช่นนี้ดำเนินไปอย่างเชื่องๆ พลันที่มีการลงประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญก็มีประชาชนกว่าร้อยละ 10 โหวตโนให้กับรัฐธรรมนูญ

และเมื่อถึงการเลือกตั้งทั่วไปเดือนธันวาคม 2550 เสียงส่วนใหญ่ก็เลือกพรรคพลังประชาชนมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมหาชน

รู้ทั้งรู้ว่าพรรคพลังประชาชนคืออีกรูปหนึ่งของพรรคไทยรักไทย

รูปธรรมเช่นนี้อาจยากที่จะยอมรับได้ ปฏิบัติการเตะตัดขา นายสมัคร สุนทรเวช จึงเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม และตามมาด้วยการวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกันยายนและจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเดือนธันวาคม เพื่อกรุยทางให้กับพรรคประชาธิปัตย์

แต่พอถึงการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยอันต่อยอดจากพรรคพลังประชาชนก็เอาชนะพรรคประชาธิปัตย์อย่างถล่มทลาย

เป็นชัยชนะพร้อมกับคะแนนเสียงจากประชาชนกว่า 15 ล้านเสียง

คล้ายกับพรรคเพื่อไทยจะยึดกุมอำนาจและครองคะแนนเสียงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และทำให้ความสลับซับซ้อนภายในสังคมไทยลดน้อยลง

มิใช่

ดูง่ายๆ จากแนวคิดและกระบวนการเคลื่อนไหวในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เป็นตัวอย่างก็จะประจักษ์

ข้อเสนอของ คอ.นธ.เป็นอย่างหนึ่งแม้ว่า คอ.นธ.จะตั้งโดยมติ ครม.

ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นอย่างหนึ่งแม้ว่าคณะนิติราษฎร์จะเป็นผลิตผลเนื่องแต่ความไม่พอใจต่อกระบวนการรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

ยิ่งกว่านั้น ภายในพรรคเพื่อไทยก็ใช่ว่าจะร้องเพลงเดียวกัน

เด่นชัดอย่างยิ่งว่าพรรคเพื่อไทยต้องการช่องทางผ่านการแก้ไขมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่น้ำเสียงของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กับ น้ำเสียงของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ไม่เหมือนกัน

ร้องเพลงเดียวกัน แต่จังหวะไม่เหมือนกัน

ภายในความต่างทั้งหมดนี้ก็มีจุดเหมือนอันเป็นกระแสและความต้องการในทางสังคมร่วมกัน นั่นก็คือ ต้องบริหารจัดการรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 อย่างแน่นอน

เพียงแต่จะเป็นเมื่อใด เท่านั้น

สังคมไทยยุคหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 แตกต่างไปจากอดีตและมีอัตลักษณ์เป็นของตน

ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะแยกขั้วง่ายๆ แบบซ้ายแบบขวา ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะแยกขั้วง่ายๆ แบบเอาหรือไม่เอาทักษิณ เอาหรือไม่เอาประชาธิปไตย

วิวาทะอันหลากหลายจึงกลายเป็นบรรยากาศหนึ่งของสังคมปัจจุบัน


ต้นฉบับ:


ที่มา: มติชนออนไลน์

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง