หน้าแรก / หน้าหนึ่ง
'เทพเทือก'ทำบันทึกแจงซาอุฯปม'สมคิด'เลื่อนชั้นตามอาวุโส
วันที่ 06/09/2553 07:34 (ผ่านมา 521 วัน 13 ชั่วโมง 58 นาที)กรณีสถานทูตซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์แสดง ความไม่พอใจรัฐบาลไทย หลัง ก.ตร.มีมติแต่งตั้ง พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ขณะที่ พล.ต.ท.สมคิด ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียหายตัวไป เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งแถลงการณ์ของอุปทูตซาอุฯทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศ ซาอุดีอาระเบียให้ตึงเครียดขึ้นไปอีกนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 5 ก.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทยมาพบที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อปลายสัปดาห์ ที่แล้วเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ตนอธิบายว่า กรณีการกล่าวหา พล.ต.ท.สมคิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียเป็นเรื่องเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดก่อนๆได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนดำเนินคดี และสอบสวนทางวินัยกับ พล.ต.ท. สมคิด ผลการสอบสวนได้ข้อยุติว่า พล.ต.ท.สมคิดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกฎหมายและวินัย ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงต้องพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
"อธิบายให้อุปทูตซาอุฯทราบว่า การแต่งตั้ง พล.ต.ท. สมคิดครั้งนี้เนื่องจากอยู่ในอาวุโส 11 คนแรกในลำดับที่ 2-3 ตามกฎ ก.ตร.ระบุชัดเจนว่า เมื่อมีตำแหน่งว่างการแต่งตั้งโยกย้าย 33% ต้องจัดให้ผู้อาวุโสตามลำดับไม่สามารถปฏิบัติเป็นทางอื่นได้ ต้องทำตามกฎ ก.ตร. อีกทั้งกรณีนี้มีคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายแล้วส่งมาให้ ก.ตร. พิจารณาขั้นสุดท้าย ขอให้อุปทูตซาอุฯเข้าใจว่ารัฐบาล ไม่ได้แทรกแซงการแต่งตั้งและไม่ได้ช่วยเหลือ เข้าข้าง หรือแทรกแซงคดีของ พล.ต.ท.สมคิด ซึ่งขณะนี้มีการรื้อฟื้นคดีดังกล่าวมาดำเนินคดีอีกครั้ง เนื่องจากกรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า มีหลักฐานใหม่ก็จะให้ดำเนินคดีไป ขอให้เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยว่าพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน" นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะทำบันทึกถึงอุปทูตซาอุฯเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกฎ ก.ตร.แปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่ออธิบายถึงขั้นตอนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เพื่อให้นำไปรายงานต่อรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดรัฐบาลซาอุฯจึงออกแถลงการณ์เรื่องนี้ ทั้งที่ยังไม่ได้ส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์ อักษรไปให้ ผู้สื่อข่าวถามว่า แถลงการณ์ของซาอุฯอ้างว่าตามมาตรา 95 พ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ตำรวจคนใดถ้ายังมีคดีความติดตัวไม่เป็นที่สิ้นสุด
จะต้องถูกออกจากราชการไว้ก่อน นายสุเทพตอบว่า ไม่ใช่ แถลงการณ์ดังกล่าวผิด เพราะเข้าใจข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่ากรณีนี้จะกระทบต่อการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯมีมา 20 ปีแล้ว จากกรณีปัญหา 3-4 เรื่อง รัฐบาล ทุกชุดพยายามฟื้นความสัมพันธ์ สามารถทำได้ระดับหนึ่ง แต่การฟื้นสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามหลักกฎหมายต้องแยกประเด็นกันให้ชัดเจน
ที่พรรคเพื่อไทยวันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีความไม่ชอบมาพากล คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทยเคยยื่นเรื่องถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ให้ดำเนินการตามมาตรา 95 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติปี 2547 ที่ระบุว่า ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่าทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา จะต้องถูกสั่งพักราชการจนกว่าการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากอัยการสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิดและพวกคดีหายตัวไปของนักธุรกิจซาอุฯ แต่นอกจากจะไม่ฟังเสียงทักท้วงแล้วกลับมีมติ ก.ตร.ให้เลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.สมคิดเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เหมือนกับเป็นการปูนบำเหน็จ กรณีดังกล่าวนายสุเทพในฐานะประธาน ก.ตร.ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วยังไม่แคร์ต่อความรู้สึกของข้าราชการตำรวจ ประชาชน รวมถึงความรู้สึกของประเทศซาอุฯที่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญของตนเอง
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้น่าจะมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงลักษณะบุญคุณต้องทดแทน เนื่องจาก
พล.ต.ท.สมคิดเป็นน้องชาย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีต คมช. ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เป็นทายาทได้อำนาจจากความช่วยเหลือของทหาร เป็นไปได้ว่าการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เพราะมีการร้องขอมา การกระทำของนายสุเทพจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯเลวร้ายตามคำแถลงการณ์ของสถานทูตซาอุฯ เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพควรยึดกฎหมายและความถูกต้องเป็นหลัก มองผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้งมากกว่าไปเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องจนทำให้ประเทศชาติเสียหาย ถูกนานาชาติมองการบริหารราชการแผ่นดินและกระบวนการ
ยุติธรรมทางการเมืองว่าเป็นสองมาตรฐาน เห็นแก่พวกพ้อง โดยเฉพาะการที่นายสุเทพให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า พล.ต.ท.สมคิดไม่มีความผิดวินัยถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เพราะพนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง และศาลรับฟ้องคดีแล้ว แสดงให้เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอว่า พล.ต.ท.สมคิดกระทำความผิดอาญาร้ายแรง ทางวินัยจึงต้องถือว่ามีความผิด
"ขอให้นายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่ง และนายสุเทพในฐานะปฏิบัติ หน้าที่ประธาน ก.ตร.แทนนายกรัฐมนตรีทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดใหม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกับที่เคยปฏิบัติมากับกรณีของนายตำรวจท่านอื่นที่เคยถูกดำเนินการ ไม่เช่นนั้นถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.สัปดาห์หน้า เพื่อให้เอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และ พล.ต.อ.ปทีป รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้ง" นายพร้อมพงศ์กล่าว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันเดียวกัน พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.กล่าวว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ถึง ผบช.ครั้งที่ผ่านมามีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. ตามขั้นตอนของ ก.ตร. เนื่องจากการแต่งตั้งนี้ ก.ตร.กำหนดกฎเกณฑ์ให้การแต่งตั้งต้องเรียงตามลำดับอาวุโส กรณีของ พล.ต.ท.สมคิด ดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.5 มีลำดับอาวุโสในอันดับต้นๆจึงต้องเสนอชื่อเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นไปตามขั้นตอนไม่เกี่ยวกับเรื่องคดี เพราะเป็นขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปตามกฎระเบียบการแต่งตั้งโยกย้าย ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎ ก.ตร.ที่ว่าด้วยเรื่องอันดับอาวุโส อาจทำให้ถูกฟ้องเหมือนกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา
นสพ.ไทยรัฐ
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/108941
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง