หน้าแรก / หน้าหนึ่ง

นายกฯจิกศธ.ดันครม.แก้นร.ตีกัน

วันที่ 06/09/2553 07:32 (ผ่านมา 518 วัน 3 ชั่วโมง 12 นาที)

ม.6ยังนอนโคม่า!ผอ.ยันปมส่วนตัว

นักเรียนเทพศิรินทร์ชั้น ม.6 เหยื่อที่ถูกโจ๋ย่านตลาดน้อยแทงบนห้างมาบุญครอง ยังโคม่านอนอยู่ไอซียู 1  ราย  ตำรวจเร่งล่ามือมีดมาดำเนินคดีแล้ว  ผอ.โรงเรียนชื่อดังของผู้เสียหายยืนยันเป็นเรื่องวิวาทส่วนตัวไม่เกี่ยวสถาบัน อย่านำไปโยงให้ลุกลามบานปลาย ส่วน รมว.ศึกษาธิการพร้อมคณะรุดเยี่ยม เผยนายกฯต่อสายตรงจากเซี่ยงไฮ้จี้ให้ทำรายงานเสนอ ครม.แก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท ด้าน ผู้ว่าฯ กทม.จับ 7 สถาบันอาชีวะย่านชานกรุง เข้าโครงการกระชับความสัมพันธ์อุดช่องโหว่ ขณะที่อธิบดีกรมพินิจฯค้านแก้กฎหมายลดอายุเด็ก 15 ปี ขึ้นศาลผู้ใหญ่ ซัดผู้เกี่ยวข้องแก้ปัญหาไม่ได้กลับโยนให้เด็ก

จากเหตุการณ์กลุ่มนักเรียนมัธยม ร.ร.เทพศิรินทร์ ถูกวัยรุ่นคู่อริไล่แทงบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ระหว่างเดินเที่ยวกันอยู่บริเวณลานโบว์ลิ่งชั้น 7 ห้างสรรพสินค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขต ปทุมวัน กทม. เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าวันที่ 5 ก.ย. พ.ต.ท.เสน่ห์ วันทอง สว.สส.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำพยานที่เป็นกลุ่มเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแล้ว คือ นายเม่น (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อยู่ในย่านตลาดน้อย เรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ตำรวจติดต่อไปยังพ่อแม่ ของคนร้ายรายนี้แล้ว ปรากฏว่า ตั้งแต่ก่อเหตุยังไม่ได้กลับเข้าบ้าน และพ่อแม่ก็เพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมรับปาก ว่าหากพบตัวลูกชายก็จะเป็นคนพามามอบตัวให้ตำรวจดำเนินคดี ส่วนสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ ทราบเป็นเรื่อง ทะเลาะวิวาทส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสถาบัน กลุ่มผู้ต้องสงสัย เคยมีเรื่องกับกลุ่มคนเจ็บมาก่อน พนักงานสอบสวนเตรียม จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุเร็ววันนี้

ที่ห้องไอซียู ชั้น 4 อาคารมงคลกาญจนาภิเษก รพ. ตำรวจ เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด กระทรวงศึกษาธิการ  นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล รองปลัด กระทรวง นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายสุทธิศักดิ์ เฟื่องเกษม ผอ. ร.ร.เทพศิรินทร์ เข้าเยี่ยมอาการนายติณณภพ กีรติวรกุล นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.เทพศิรินทร์ เหยื่อที่ถูกแทงบาดเจ็บสาหัส พร้อมเยี่ยมนายภณภัทร ทีฆนันทพร เพื่อนชั้นเดียวกัน และนายณัฐพล นันทะเสน รุ่นน้องชั้น ม.4 ที่ บาดเจ็บจากเหตุการณ์วิวาทบนห้างมาบุญครอง ที่รักษาตัวอยู่อาคารคุณวิศาล รพ.ตำรวจด้วย

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ทางไกลจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้รวบรวมข้อมูล แนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทที่นับวันจะรุนแรงขึ้น นำรายงานเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 7 ก.ย.นี้ ที่ผ่านมานักศึกษาอาชีวศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท ก็มีการประชุมกำหนดมาตรการไปแล้ว สำหรับกรณี นักเรียนมัธยมก่อเหตุนั้น สังคมวิตกกังวลมาก ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อค่านิยมของเด็กและเยาวชน ดังนั้นตนจะเรียกประชุมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมกลุ่มเสี่ยง 40 โรงเรียน หารือมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาในวันที่ 6 ก.ย.นี้

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาที่จะเสนอต่อ ครม. นั้น นายชินวรณ์กล่าวว่า กรณีนักเรียนทะเลาะวิวาทค่อน ข้างเป็นเรื่องใหญ่จะเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม. ให้ กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลสวัสดิภาพ นักเรียน และขอความร่วมมือจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะที่ดูแลป้องกัน สถานที่ขายสิ่งเสพติดรอบโรงเรียน กระทรวงมหาดไทย ขอให้ดูแล ความปลอดภัยนักเรียน กระทรวงยุติธรรม ขอให้ใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานพินิจให้จริงจัง และสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ ขอให้ประกาศเขตพื้นที่เสี่ยงพิเศษ และสนธิกำลังใน การคลี่คลายปัญหา กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดโรงเรียนให้ตรวจค้นอาวุธ และจัดทำประวัตินักเรียน นอกจากนี้ จะเสนอให้โรงเรียนกลุ่มเสี่ยงจัดกิจกรรมนำนักเรียนดูงานสถานพินิจ เพื่อให้เด็กเห็นว่าการถูกควบคุมตัวจะส่งผล กระทบต่ออนาคตตนเอง

ส่วนอาการบาดเจ็บของนักเรียน ร.ร.เทพศิรินทร์ทั้ง 3 ราย นพ.วรเทพ กิจทวี แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า นาย ติณณภพถูกแทง 2 แผล แผลแรกบริเวณใต้ราวนมขวา กระบังลมขวาขาด 15 ซม. ตับขวาขาด 10 ซม. แผลที่สอง บริเวณท้อง ลำไส้เล็กฉีกขาด แพทย์เย็บซ่อมกระบังลม ปอด ลำไส้เล็กแล้ว ขณะนี้ยังไม่สามารถหายใจได้เอง ต้อง ใช้เครื่องช่วยหายใจ และรอดูอาการอีก 3-5 วัน ส่วนนาย ภณภัทรถูกแทงชายโครงซ้าย กระบังลมขาด 3 ซม. ตับ ซ้าย 2 ซม. แผลไม่ใหญ่มาก หายใจได้เอง แต่ต้องระวัง ปอดติดเชื้อ ส่วนนายณัฐพลถูกแทงบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย ถูกลำไส้ใหญ่ ต้องเฝ้าดูอาการแทรกซ้อน 5-7 วัน

นายณัฐพล เด็กนักเรียนรุ่นน้องเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่รู้จักผู้แทงมาก่อน ตอนแรกเห็นเข้ามาคุยกับ รุ่นพี่ชั้น ม.6 ดีๆ แต่จู่ๆ ก็ชักมีดแทง ส่วนนางเนาวรัตน์ กีรติวรกุล มารดานายติณณภพยืนยันว่า ไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะวิวาท ปกติลูกชายเป็นคนเรียบร้อย ไม่เกเร วันเกิดเหตุขอทางบ้านไปเที่ยวหลังเรียนพิเศษ ไม่คิดว่าจะไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้

ด้านนายสุทธิศักดิ์ เฟื่องเกษม ผอ.ร.ร.เทพศิรินทร์ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.ย. จะประชุมนักเรียนหน้าเสาธง เพื่อ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับให้นักเรียนทุกคนระวังตัว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีนักเรียนถูกชิงโทรศัพท์มือถือ และจะประชุมครูในโรงเรียนให้ช่วยกันดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ส่วนคดีความขอให้เป็นเรื่องของตำรวจ แต่ขอยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างสถาบัน  ตน ไม่อยากให้ลุกลามบานปลายเป็นประเด็นความบาดหมาง เพราะเป็นแค่เรื่องส่วนตัวของกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น

ขณะที่ปัญหานักเรียนช่างกลอาชีวะยกพวกตีกันทำให้ชาวบ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่โดนลูกหลงบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะในเหตุการณ์สุดสลดที่เกิดขึ้นกับ "น้องเทียน" ด.ช.จตุพร ผลผกา อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 ร.ร.วัดบำเพ็ญเหนือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร และ ผอ.เขตประจำกลุ่มกรุงเทพตะวันออก ตลอดจนตำรวจจาก สน.ในพื้นที่ เดินทางไปที่วัดบำเพ็ญเหนือ ถนนเสรีไทย เขตมีนบุรี กทม. เพื่อเปิดกิจกรรมตามโครงการ "อาชีวะรวมพลัง สร้างสรรค์เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร" โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษา  7  สถาบันในพื้นที่  ได้แก่  วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ร.ร.มีนบุรีโปลีเทคนิค วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก ร.ร. เทคโนโลยีบางกะปิ ร.ร.เทคโนโลยีดุสิต และ ร.ร.เทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ นำนักเรียนในสังกัดกว่า 350 คน เข้าร่วมโครงการร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคมตามสถานที่ต่างๆ หวังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนจากแต่ละสถาบันเป็นการลดปัญหาการ ก่อเหตุทะเลาะวิวาทสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อสังคมและผู้อื่น

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่า ความขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษาและความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ เยาวชนเสียโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ในช่วงปิดภาคเรียน วันที่ 30 ต.ค.53 กทม.จะร่วมกับสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 7 แห่ง นำนักเรียนและนักศึกษาจำนวน 100 คน  ไปออกค่ายกิจกรรมสานสัมพันธ์ ณ วังตะไคร้ จ.นครนายก เน้นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ มุ่งเน้นให้เกิดทัศนคติที่ดี สร้างความสามัคคีและมีน้ำใจให้แก่กัน เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาความรุนแรงของนักเรียนอาชีวะให้เป็นรูปธรรม มากยิ่งขึ้น หากการดำเนินการดังกล่าวสามารถป้องกันและควบคุมปัญหาได้ จะขยายแนวทางการดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่นๆด้วย

นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวคิดการ แก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทโดยลดอายุให้เด็กต้องไปขึ้นศาลผู้ใหญ่จากอายุ 18 ปี เหลือ 15 ปีขึ้นไปว่า ส่วนตัวการเสนอลดอายุเพื่อดำเนินคดีกับเด็กไม่ใช่แล้ว แสดงว่ายังไม่เข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็ก ถ้าทำแบบนั้นถือว่าประเทศ ไทยขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก ทั้งที่ปัญหาต้นเหตุคือองค์ประกอบหลักในการควบคุมเด็กเองต่างหากที่เปลี่ยนไปทั้งสังคม วัฒนธรรม ปัจจุบันการควบคุมเด็กไม่เคยมีเข็มมุ่งที่ชัดเจนเหมือนในประเทศที่พัฒนาอย่างเยอรมนี จีน หรือเวียดนาม แต่บ้านเราเหมือนผู้ใหญ่แก้ ปัญหาไม่ได้ก็มาลงจัดการที่ตัวเด็ก ควรไปแก้ที่ต้นเหตุ รัฐต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ เพราะการดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนในปัจจุบันมีกระบวนการกับเด็กที่แก่เกินวัยใจอาชญากรอยู่แล้ว หากพบมีจิตใจ หรือไอคิวสมบูรณ์ มีการวางแผนกระทำผิดล่วงหน้า คดีส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง มีโทษจำคุกตลอดชีวิตถึงประหารชีวิต สถานพินิจทุกแห่งทั่วประเทศสามารถส่งรายงานให้ศาลเยาวชนฯ พิจารณาส่งคดีไปพิจารณาในศาลผู้ใหญ่ได้อยู่แล้ว

อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ยังมองอีกว่า ข้อเสนอปิดโรงเรียนอาชีวะที่แก้ปัญหาเด็กตีกัน ก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากการปิดโรงเรียนเหมือนบทบัญญัติให้สถานศึกษาตระหนัก แต่เอาเข้าจริงจะส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและเด็ก เพราะมีกระบวนการอื่นอยู่ ทั้งคู่มือการดูแลเด็กและสถานศึกษามีการทำกันจริงจังหรือยัง เช่น การที่เยี่ยมครอบครัวเด็ก หรือการนำครอบครัวเด็กมาร่วมจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน ตอนนี้ผู้ปกครองมาโรงเรียนลูกแค่วันปฐมนิเทศ และวันประชุมผู้ปกครอง ควรเชิญผู้ปกครองมาหารือร่วมกันถึงความตระหนักในด้านต่างๆต่อบุตรหลาน เป็นห่วงเรื่องอะไรบ้าง จะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่เคยถามเด็กที่โรงเรียนเป็นเรื่องเป็นราว เด็กที่ก่อเหตุมีเพียงจำนวนน้อย ควรให้เด็กมาวางข้อกำหนดกันเองในการแก้ปัญหา เหมือนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก อ.คลองโยง จ.นครปฐม ที่เด็กที่ตีกันถูกส่งมาอบรมเกือบทั้งหมด มีเด็กที่ถูกดำเนินคดีฆ่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบเด็กตีกันหลังจากนำกระบวนการมีส่วนร่วมมาให้เด็กช่วยกันคิด สถานการณ์ของเด็กในปัจจุบันเลวร้ายมาก เพราะผลทางเศรษฐกิจที่กลับมามอมเมาเด็กให้หลงใหลในวัตถุจนขาดสติ

ทั้งนี้ สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เด็กวัย 9 ขวบ ถูกลูกหลงจนเสียชีวิตจากการยกพวกตีกันบนรถเมล์ของเด็กอาชีวะ พบว่าส่วนใหญ่รู้สึกเศร้าใจหดหู่ที่ต้องเห็นร้อยละ 34.60 รองลงมารู้สึกสงสารเห็นใจพ่อแม่ของเด็กนักเรียนที่ต้องสูญเสียร้อยละ 32.49 และถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องหันมาหารือ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการต้องมีมาตรการหรือแนวทางป้องกันอย่างเด็ดขาดร้อยละ 19.82 เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ส่วนใหญ่ร้อยละ 40.18 ชี้ว่ามาจากการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างสถาบัน รองลงมาร้อยละ 30.09 ระบุมาจากอารมณ์ชั่ววูบ/ใจร้อน/ขาดสติ/ความแค้นส่วนตัว/ไม่ชอบหน้ากัน/ไม่ถูกกัน และร้อยละ 11.73 คิดว่าเป็นการกระทำที่เท่ ดูดี/มาจากความเชื่อที่ผิด ส่วนคำถามว่าการทะเลาะกันตีกันของเด็กอาชีวะจะมีต่อไปอย่างยืดเยื้อหรือไม่ ร้อยละ 87.14 เห็นว่ายังมีต่อไป เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นว่ามีการแก้ไขอะไรให้ดีขึ้น มีเพียงร้อยละ 11.28 ระบุไม่แน่ใจ ส่วนแนวทางแก้ไข ส่วนใหญ่เห็นว่าต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของนักศึกษาใหม่ ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ตามมาภายหลัง รองลงมาเสนอว่าต้องมีกฎหมาย หรือบทลงโทษที่เด็ดขาด และผู้ปกครองต้องให้ความรัก ดูแลเอาใจใส่บุตรหลานให้ดี/ไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ตามลำดับ สำหรับสิ่งที่อยากเตือนสติเด็กอาชีวะ คือ 1.อยากให้นึกถึงหัวอกหรือความรู้สึกของผู้เป็นพ่อแม่ 2.อยากให้มองว่าเด็กอาชีวะทุกคน คือเพื่อนกัน/มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ควรทะเลาะกันเอง และ 3.อยากให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปทบทวน หรือใช้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ

นสพ.ไทยรัฐ


ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/108939


ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง