หน้าแรก / หน้าหนึ่ง
ธาริตปัดข่าวลอบสังหาร
วันที่ 06/09/2553 07:24 (ผ่านมา 518 วัน 3 ชั่วโมง 15 นาที)"สุเทพ" ไม่ยืนยันข่าวการปองร้ายบุคคลสำคัญในรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง4นายกรัฐมนตรี แต่ไม่ประมาทพร้อมโยงการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ด้าน "ธาริต" ปัดประชุม ศอฉ.ที่ผ่านมา ไม่มีการถกหรือแจ้งเตือน งงไม่รู้ข่าวออกมาได้อย่างไร พท.สบช่อง ประณามคนปูดข่าว แค่หวังโยนบาปให้ฝ่ายตรงข้าม เรียกคะแนนสงสารและกลบปัญหาที่รัฐบาลแก้ไม่ได้ ขณะที่เสื้อแดงเชียงใหม่เศร้า จัดงานศพ "เจมส์-กฤษดา" การ์ดเสื้อแดงที่ถูกถล่มด้วยเอ็ม 16 พร้อมแห่ศพรอบเมือง หวังหยุดยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับคนเสื้อแดง
หลังจากที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และคนในรัฐบาลออกมาระบุว่า มีการเตรียมการลอบสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาล ทำให้มีความตื่นตัวและระแวดระวังจากเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยโดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญ 4 คนได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ว่าไม่สามารถยืนยันรายงานข่าวใดๆ ได้ว่า คนที่พยายามสร้างสถานการณ์ ให้บ้านเมืองเลวร้ายมีเป้าหมายสังหารใครบ้าง แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามหาข่าวและวางมาตรการแก้ไขป้องกันเพื่อความไม่ประมาท ข่าวที่เกิดขึ้นอาจเป็นการปั่นกระแสสร้างสถานการณ์เป็นช่วงๆ หรือมีความพยายามจริงๆก็ได้ แต่ข่าวรั่วออกมา ส่วนการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะประเมินจากสถานการณ์ตามความเป็นจริง ไม่ได้ดูจากกระแสข่าว ถ้าเมื่อใดเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ภาวะใช้กฎหมายปกติได้ ก็จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ส่วนนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงรายงานข่าวของสื่อมวลชนแห่งหนึ่งอ้างว่าในการประชุม ศอฉ.เมื่อวันศุกร์มีการหารือถึงกระแสข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญ 4 คน ทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยว่า ตนได้เข้าประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อวันศุกร์ ยืนยันได้ว่าไม่มีการหารือในประเด็นดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้มีการพูดคุยกันแจ้งเตือนกันในเรื่องดังกล่าวระหว่างผู้ใหญ่ของหน่วยงานความมั่นคง จึงไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาอย่างไร อย่างไรก็ตาม การดูแลความปลอดภัยของผู้ใหญ่ของหน่วยงานความมั่นคง ก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นปกติอยู่แล้ว รวมทั้งตนด้วย ที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นกัน
ต่อมาที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงในเรื่องเดียวกันว่า ผู้ที่ให้ข่าวต้องการสร้างกระแสให้รัฐบาล และโยนบาปให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพื่อเรียกคะแนนสงสารให้กับรัฐบาล หวังกลบปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น การก่อเหตุยิงเอ็ม 79 ในสถานที่ต่างๆ ทั้งที่มีประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้อำนาจดำเนินการไว้ แต่หลายเหตุการณ์กลับจับกุมผู้ที่กระทำผิดไม่ได้เลย พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และนักท่องเที่ยวสอบถามมาว่ารัฐบาลกำลังเล่นอะไรอยู่ จึงขอประณามคนออกมาให้ข่าว เพราะถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ข่าวดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังประเทศไทยอย่างมาก เพราะขนาดคนระดับ ผู้นำยังไม่มีความปลอดภัย แล้วประชาชนทั่วไปจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร และถ้าหากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริงรัฐบาลก็ควรเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วในทางลับ ไม่ควรมาพูดให้เกิดผลลบกับประเทศ
สำหรับบรรยากาศที่ จ.เชียงใหม่ ภายหลังการเสียชีวิตของนายกฤษดา หรือเจมส์ กล้าหาญ วัย 21 ปีการ์ดกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 5 ก.ย. ที่บริเวณหน้าโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ สถานที่ทำการของกลุ่มฯ ได้มีการนำภาพถ่ายของนายกฤษดา พร้อมประวัติการต่อสู้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนเสื้อแดง พร้อมคำไว้อาลัยและประณามการกระทำของกลุ่มอำมหิตที่ใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่มจนเสียชีวิต ว่าเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม พร้อมกับมีการวางหรีดดอกไม้สีแดงไว้ และตู้บริจาคเงินช่วยค่าทำศพ พร้อมทั้งกำหนดงานพิธีศพจะนำออกมาจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในเวลา 09.59 น. วันที่ 6 ก.ย. จากนั้นนำใส่รถกระบะแห่ไปรอบตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นการหยุดยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น กับคนเสื้อแดงอีก แล้วนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาหัทหงษ์มหาคุณ ภายในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ที่อยู่ ใกล้กับโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ โดยประธานฝ่ายสงฆ์ มีพระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง อาจารย์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนประธานฝ่ายฆราวาส ได้แก่ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์สิริกุล ประธาน กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และในวันที่ 12 ก.ย. ก็จะเคลื่อนศพไปสุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ ประกอบพิธีบังสุกุลและประชุมเพลิง โดยมีการประกาศเชิญชวนผู้ที่จะไปร่วมงานศพนายกฤษดา หรือเจมส์ ขอให้ใส่เสื้อสีแดงไปร่วมงาน
พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เปิดเผยว่า นายกฤษดา หรือเจมส์ เป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง ดังนั้น ในเรื่องพิธีศพอาตมาจึงต้องออกมาดำเนินการในการทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งในครั้งแรกจะนำศพไปตั้งทำบุญที่วัดศรีบุญเรือง แต่ทางผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงบอกว่า ควรจะนำไปตั้งไว้ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ที่เป็นวัดใหญ่ใกล้กับที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่นายกฤษดามาร่วมทุกครั้งไม่เคยขาด และถือว่าเป็นคนเสื้อแดงที่ไปร่วมกิจกรรมทุกครั้งทุกที่ที่กลุ่มรักเชียงใหม่ไปร่วม รวมถึงที่กรุงเทพฯถือว่าเป็นคนเสื้อแดงขนานแท้ จึงเป็นที่รักของทุกๆคน โดยในวันที่ 6 ก.ย. อาตมาจะเป็นผู้ทำพิธีจูงศพออกมาจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาลตามประเพณี และนำศพขึ้นรถยนต์แห่รอบๆ ตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจะปรึกษากันอยู่ว่า จะเป็น 1 รอบ หรือ 3 รอบ จากนั้นนำศพไปที่ศาลาหัทหงษ์มหาคุณ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร โดยเบื้องต้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรดน้ำศพ และเรื่องนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทราบเรื่องแล้ว ก็ได้บอกคนในตระกูลชินวัตรให้มาร่วมงานและเคารพศพแทน แต่เรื่องงานศพคงจะดำเนินการอย่างสงบ ไม่ได้เป็นการชุมนุมการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนใครจะว่าอาตมามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทำไม ก็ขอบอกเลยว่า นายกฤษดา หรือเจมส์ เป็นลูกศิษย์ของอาตมา
นสพ.ไทยรัฐ
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/108934
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง