หน้าแรก / หน้าหนึ่ง
พท.เร่งปรองดองสัญญาณดีส่งบิ๊กจิ๋วคุยมาร์ค
วันที่ 06/09/2553 07:22 (ผ่านมา 518 วัน 2 ชั่วโมง 52 นาที)"นายกฯอภิสิทธิ์" ยินดีฝ่ายค้านทอดไมตรีเสนอแผนปรองดอง ระบุต้องใช้รัฐสภาแก้ปัญหา กก.บห.พรรค
เพื่อไทยประชุมด่วน ก่อนมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอ "ปลอดประสพ" เตรียมชงที่ประชุม ส.ส.ตัดสิน คาดส่ง "บิ๊กจิ๋ว-ยงยุทธ" หัวหน้าทีมเจรจา "ต่อพงษ์" ยันบริสุทธิ์ใจไปหาข้อมูลวิคเตอร์ บูท ซัด "ศิริโชค" ตั้งธงจ้องโยงถึง "ทักษิณ" กมธ.ต่างประเทศแฉมีไอ้โม่งแฝงตัวไปกับ
"ศิริโชค" ด้วย ย้ำอีกวิคเตอร์ บูท คาใจท่าทีคนสนิทนายกฯ "ศิริโชค" ตอก กมธ.ส่อพิรุธ ฉวยโอกาสลงมติไปพบผู้ต้องหา โดยที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่อยู่ในที่ประชุม อัด "ต่อพงษ์" ทำลายเกียรติภูมิ กมธ.
หลังจากที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทอดสะพานยื่นไมตรีต่อรัฐบาลแถลงการณ์ เสนอแผนปรองดอง 5 ข้อนั้น ล่าสุดได้รับการตอบรับจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเปิดเจรจาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ
นายกฯยินดีฝ่ายค้านทอดไมตรี
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถึงกรณีที่นายปลอดประสพยื่นข้อเสนอ 5 แนวทางปรองดองว่า การที่พรรคฝ่ายค้านได้แสดงท่าทีว่าอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ก็มาร่วมกันไม่ส่งเสริมสนับสนุนหรือช่วยกันต่อต้านความรุนแรง เป็นสิ่งที่ดีแน่นอน จริงๆแล้วพรรคการเมืองทุกพรรคมีหน้าที่ร่วมกัน เรามีหน้าที่ปกป้องระบบรัฐสภา อะไรที่เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นความศรัทธาในระบบการเมืองก็อยากให้มาช่วยกัน ถ้าเขาจริงจังในเรื่องนี้ตนก็ยินดีจะคุยด้วย
ชี้ต้องใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหา
"แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมาช่วยกันทำงาน จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็มาช่วยกันทำงาน ความแตกต่างทางความคิดหรืออะไรต่างๆนำกลับเข้ามาอยู่ในระบบรัฐสภาเสีย เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าการเมืองมีเสถียร ภาพ และเชื่อมั่นว่าต่อไปนี้พรรคการเมือง นักการเมือง เป็น ตัวแทนความคิด ความแตกต่าง มาแก้ปัญหากันในระบบรัฐสภาได้ ถ้าพรรคฝ่ายค้านสนใจจะมาเดินในแนวนี้ผมยินดี อย่างยิ่ง" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ตอกทักษิณดูที่การกระทำมากกว่า
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อ 2-3 วัน ที่บอกว่าพร้อม จะเข้าสู่กระบวนการปรองดองกับทุกฝ่ายเหมือนกัน แต่ขออย่างเดียวคือ ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่จงรักภักดี ถ้าไม่ พูดเรื่องเดียวทุกอย่างน่าจะสดใสมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ตอบ ว่า สิ่งที่จะช่วยได้มากที่สุด ถ้ากังวลเรื่องนี้ก็มาช่วยรัฐบาล ทำงานในกระบวนการ ต้องยอมรับว่ามีการสร้างปัญหาเรื่อง ความมั่นคง และเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์มีการเคลื่อนไหวและทำผิดกฎหมายเรื่องนี้อยู่ ถ้าท่านคิดว่า อยากจะแสดงออกชัดเจนเพื่อช่วยงานด้านนี้จะเป็นสิ่งที่ ดีที่สุด ไม่ต้องมาเรียกร้องว่าจะมีการกล่าวหากัน ทุกอย่าง จากนี้ไป นอกจากการพูดคุยกันจะบอกส่งสัญญาณหรือจะสัมภาษณ์หรืออะไรแล้ว การกระทำสำคัญที่สุด ถ้าการ กระทำตรงนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเห็นว่าประเด็นเหล่านี้ผมพูดมาหมดแล้วในการเสนอแผนปรองดองทั้ง 5 ข้อ ว่านี่คือสิ่งที่จะต้องมาหลอมรวมทุกฝ่ายให้เข้ามาทำงานร่วมกัน ถ้าวันนี้จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะเป็นคุณทักษิณหรือจะเป็นใครก็ตาม จะมาสนับสนุน 5 ข้อนี้ ผมว่า ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ดี
แจ้งคนไทยว่า ศก.ไทยไปโลด
สำหรับภารกิจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปร่วมงานวันชาติของไทย ในงานมหกรรมเวิลด์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2553 ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วง ค่ำของวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ร่วมงาน เลี้ยงรับรองและพบปะข้าราชการ นักธุรกิจ และนักเรียนไทย ที่โรงแรมแชงกรีลา ผู่ตง โดยนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวใน งานเลี้ยงตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจของไทยขณะนี้มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะครึ่งปีแรกตัวเลขทางเศรษฐกิจ ขยายตัวร้อยละ 4.6 เชื่อว่าในปลายปีนี้จะมีการขยายตัว ทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ 7-8 ส่วนเรื่องการเมืองรัฐบาล พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ หลังผ่านเหตุการณ์เดือนเมษายนและพฤษภาคม ทั้งนี้ คง ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะไม่มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น เพราะยังมี กลุ่มคนที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุระเบิดที่เกิด ขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิต แต่หวังสร้าง สถานการณ์ ดังนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าคลี่คลายเหตุการณ์ต่อไป และเรื่องนี้ถือเป็นเหตุผลที่ต้องคง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่จะพยายามเร่งรัดให้ ยกเลิกโดยเร็วตามสถานการณ์
ไม่ได้กลัวแพ้แต่ไม่เลือกตั้งปีนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมเสมอในเรื่องการยุบสภา ซึ่งได้กำหนดวันเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่ใช่เพราะกลัวแพ้การเลือกตั้งตามที่มีบางคนเคยพูด โดยที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแพ้ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่ควรยุบสภาหรือเลือกตั้งก่อนสิ้นปีนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นที่ต้องมีรัฐบาล เพื่อสร้างความต่อเนื่องในเรื่องความปรองดองและแก้ไขปัญหาต่างๆ
ปชป.โชว์ความสำเร็จนายกฯเยือนจีน
วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความสำเร็จจากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ว่าในการเดินทาง 2 วันแรก ได้มีความสำเร็จเป็นรูปธรรม 3 ข้อ กล่าวคือ 1. ยืนยันความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกฯได้สร้างความมั่นใจในการที่ให้จีนตกลงที่จะลงทุนในรถไฟความเร็วสูง จากจีนตอนใต้ผ่านประเทศลาว เข้าจังหวัดหนองคาย สู่กรุงเทพฯ ออกสุไหงโกลก และไปยังประเทศมาเลเซีย เงินลงทุนมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท ถือว่าเป็น
เมกะโปรเจกต์ และจะเป็นการสร้างงานในประเทศไทย และถือว่าเป็นการเปิดเศรษฐกิจภูมิภาคทางตอนใต้ของ เอเชียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกรอบความเห็นชอบในเรื่องนี้ รัฐบาลจะเร่งเข้าสู่ที่ประชุมของสภา เพื่อได้รับอนุมัติตามมาตรา 109 ภายใน 2 สัปดาห์นี้ 2. ได้รับเสียงตอบรับดีมากทั้งจากนักลงทุน และจากสื่อมวลชน เป็นการยืนยันและสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย เพื่อให้การลงทุนจากมิตรประเทศกลับคืนมาอีกครั้ง 3. ความสำเร็จในการแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ
"เทือก" พร้อมรับข้อเสนอแก้ รธน.
วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการ พิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน สรุปประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ข้อว่า เรื่องประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้อดใจรอให้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวแถลงทุกอย่างออกมาให้ชัดเจนก่อนดีกว่าก่อนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร เมื่อถามว่า พรรค ประชาธิปัตย์จะเอาด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯชุดนายสมบัติหรือไม่ว่า จะไม่ กลับไปกลับมาเหมือนการแก้รัฐธรรมนูญครั้งที่ผ่านๆมา นายสุเทพตอบว่า ตนไม่เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ กลับไปกลับมา แต่กรณีนี้เมื่อรัฐบาลตั้งคณะกรรมการชุดนายสมบัติไปพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องรับฟังคณะกรรมการฯ
ปชป. ชี้ พท.ต้องแสดงความจริงใจ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันความพร้อมในการที่จะทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อจะให้กระบวนการปรองดองสามารถเดินหน้า โดยเห็นว่าพรรคเพื่อไทยได้แสดงความพร้อมจากคำแถลงการณ์ของแกนนำพรรค แต่มั่นใจว่าแนวร่วมของพรรคเพื่อไทยอื่นๆ เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิก 111 ก็ยังวังวนอยู่กับความคิดเดิม ที่พยายามกล่าวหารัฐบาลเรื่องต่างๆ ที่ทั้งหมดล้วนแต่ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคุกคามผู้มีความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง เว้นแต่บุคคลที่เกี่ยวข้องกันกับการก่อเหตุร้าย ส่วนแนวทางของนายกฯที่ระบุพร้อมหารือทุกฝ่ายนั้น ได้ขีดเส้นไว้ว่าหากคนกลุ่มใดจะใช้วิธีการก่อการร้าย หวังที่จะบีบให้ประเทศชาติต้องตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว เพื่อหวังผลทางการเมือง รัฐบาลก็จะไม่เจรจา ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินปากบอกว่าปรองดอง แต่พฤติกรรมยังสร้างความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกัน จึงไม่มั่นใจว่าจริงใจหรือไม่
แนะเลือกทางเดินให้ชัดเจนก่อน
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแผนปรองดองของพรรคเพื่อไทย 5 ข้อ ว่า เป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์และตรงตามแนวทางของรัฐบาล ทั้ง 5 ข้อ โดยเฉพาะเรื่องไม่ใช้ความรุนแรง แต่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังมีความคิดเห็นไม่ตกผลึกไปในทิศทางเดียวกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยยังมีปัญหาว่าคนมีอำนาจในพรรคเพื่อไทย มีความเห็นสอดคล้องกับนายปลอดประสพหรือไม่ หรือจะอยู่ภายใต้ บุคคลที่มีอำนาจแท้จริงที่อยู่ต่างประเทศ และคนที่มีความคิดตรงกับนายปลอดประสพ มีอำนาจเพียงพอในการนำการเมืองในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ดังนั้น การจะทำได้สำเร็จต้องปลดแอกจากคนคนเดียว หรือต้องจัดประชุมพรรค เลือกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคม
กก.บริหาร พท.หนุนปรองดอง
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 18.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสนอแผนปรองดองของพรรคเพื่อไทย จากนั้นคณะกรรมการบริหารพรรค นำโดยนายยงยุทธ นายคณวัฒน์ วสินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าว โดยนายยงยุทธกล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคมีมติตอบรับข้อเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับนี้ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.พรรคขอสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติเพื่อนำความสุขกลับมาสู่ประเทศไทย 2.พรรคขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเป็นประชาธิปไตย ความ ยุติธรรม ความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในประเทศ 3.พรรคไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงและการสร้างสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง 4.พรรคขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้ทุกฝ่ายร่วมกันถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ประจักษ์ และหยุดกระทำการใดๆอันอาจเป็นการที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท 5.ขั้นตอนต่อไปของพรรค หัวหน้าพรรคและคณะผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ดำเนินการในการเจรจาและติดต่อ ประสานงานเพื่อให้แนวทางการปรองดองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งปรากฏว่าหลายฝ่ายออกมาตอบรับถึงแนวทาง
เตรียมชงที่ประชุม ส.ส. 7 กันยาฯนี้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ กรรมการบริหารพรรคจะนำมติกรรมการบริหารพรรคเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานกิจกรรมพรรค ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธาน เพื่อหารือก่อนเพื่อกำหนดบุคคลที่จะไปประสานงานกับรัฐบาล และเมื่อสรุปแล้วจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.พรรคในวันที่ 7 ก.ย. ต่อไป เมื่อถามว่า พรรคจะขอนัดพบรัฐบาลเองเลยหรือไม่ เพราะคล้ายว่ารัฐบาลอยากให้ฝ่ายค้านนัดเจรจาโดยอ้างว่าขอดูความจริงใจ โดยคำถามนี้ นายยงยุทธเป็นผู้ตอบว่า เรื่องนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ได้ มันต้องร่วมมือกับทุกฝ่าย
ส่ง "บิ๊กจิ๋ว-ยงยุทธ" ตัวแทน พท.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า เหตุที่กรรมการบริหารพรรคเร่งเจรจานั้น เพราะพรรคได้รับสัญญาณที่ดี จากรัฐบาล จึงเร่งประชุมและส่งคณะไปเจรจา เบื้องต้นพรรคจะมอบให้ พล.อ.ชวลิตและนายยงยุทธเป็นตัวแทนพรรค รวมทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ที่พรรคอยากส่งไปด้วย แต่ต้องดูกระแสและฝ่ายตรงข้ามว่าจะยอมรับนายจตุพรด้วยหรือ ไม่ เพราะหากนายจตุพรเข้าร่วมคณะเจรจาด้วยนั้น อาจจะเป็นการถูกกล่าวาว่าฮั้วทางการเมือง และหลังจากที่นายกฯ กลับมาจากประเทศจีน น่าจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้
ภท.หนุนแผนปรองดอง พท.
วันเดียวกัน ที่ จ.นครราชสีมา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีมอบข้าวสารเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนในพื้นที่ จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อให้รัฐบาลพิจารณาว่า พรรคเห็นด้วย พร้อมสนับสนุนแผนดังกล่าว เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์เพื่อผลักดันให้แผนปรองดองสำเร็จลุล่วงโดยเร็ว เมื่อพรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดขึ้นมาเพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปด้วยดี ส่วนกระบวนการต่อจากนี้จะดำเนินอย่างไร ต้องติดตามกันอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนแผนนี้โดยไม่ได้สร้างภาพหรือหวังผลทางการเมือง แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจสร้างเอกภาพของประเทศ เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ น่าจะยินดีรับข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้านเพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินการอย่างแน่นอน
เชื่อ "เนวิน" ดูแลป้องกันตัวเองได้
นายบุญจงกล่าวถึงข่าวลอบสังหารนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีข่าว พรรคไม่อาจนิ่งนอนใจ ต้องรับฟังไว้ก่อน ส่วนมาตรการป้องกันนั้น นายเนวินคงต้องระมัดระวังตัวเอง และติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยและพรรคภูมิใจไทยติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ไม่ จำเป็นต้องเข้มงวดมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเชื่อมั่นว่า ทางนายเนวินสามารถดูแลตนเองได้
พท.ยันไปหาข้อมูลวิคเตอร์ บูท
อีกเรื่องวันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรค เพื่อไทย นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย น.ส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงภายหลังเข้าพบกับนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย เมื่อ วันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยนายต่อพงษ์กล่าวว่า ขั้นตอนการขอเข้าพบของคณะกรรมาธิการต่างประเทศในวันหยุดราชการ ได้ขออนุญาตและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องทุกประการ ได้เขียนชื่อและตำแหน่งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนเข้าพบ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อ เท็จจริงในฐานะตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร จากการพูดคุยกับนายวิคเตอร์ บูท ระบุว่า รู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณแต่ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว และไม่เคยทำธุรกิจหรือคิดที่จะทำธุรกิจร่วมกัน
ซัดศิริโชคตั้งธงจ้องโยงถึงทักษิณ
"ประเด็นที่กรรมาธิการต้องตั้งคำถามว่า บุคคลที่ เข้าไปอย่างผิดขั้นตอนของเรือนจำ โดยไม่บอกกล่าวกับผู้ต้องหาว่าคือใคร โดยเฉพาะไอ้โม่งที่เข้าไปพบอีกคนนั้น คือใคร และเป็นข้อสังเกตว่าอาจเป็นคนของรัฐบาลก็ได้ และหากเป็นเช่นนั้นจริงต้องถามต่อว่าถ้าเรื่องนี้อยู่ในชั้นศาล จะมีคนในต้องเข้าเกี่ยวข้องหรือไปตั้งคำถาม เงื่อนไขหรือข้อเสนอว่าการขนอาวุธนั้นเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ แสดงให้เห็นว่าคำถามของนายศิริโชคพยายามกล่าวหาและใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าหากคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องมีจุดประสงค์อะไร หรือกำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่หรือไม่ ขณะที่นายวิคเตอร์ บูท ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่คนภายนอกพยายามที่จะไปโยงว่าเขาเกี่ยวข้องทางการเมือง หรือต้องการนำส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท โดยมีการแลกเปลี่ยนอะไรกันหรือไม่" นายต่อพงษ์ระบุ
วิคเตอร์ บูท คาใจพฤติกรรมศิริโชค
นายต่อพงษ์กล่าวว่า นายวิคเตอร์ได้ตั้งคำถามว่าทำไมนายศิริโชคต้องให้เบอร์โทรศัพท์กับเขา จึงมีคำถามตามมาว่า นายศิริโชคต้องการให้นายวิคเตอร์ติดต่อกลับ ซึ่งนายวิคเตอร์ระบุว่าถ้าเขาโทร.กลับไปแสดงว่ายอมร่วมมือกับคำถามที่นายศิริโชคให้เงื่อนไขไว้ และตั้งข้อสังเกตว่าที่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากสาเหตุที่ไม่โทรศัพท์กลับไปถึงนายศิริโชคหรือไม่ เป็นที่มาของการเขียนเอกสารจำนวน 5 หน้า เพื่อสอบถามขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์และทางออกในการดำเนินการเกี่ยวกับคดี เอกสารดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมราชทัณฑ์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้ทันในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ที่คณะกรรมาธิการฯจะเชิญผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งนายศิริโชคมาให้ข้อมูล ขอตั้งคำถามว่าใครเป็นคนที่โกหกรายใหญ่ ใครพยายามใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ หรือหาหลักฐานมาเชื่อมโยงกับการฆ่าประชาชนในวันที่ 10 เม.ย.กันแน่ และคนกลุ่มนี้แอบและซ่อนเร้นสถานะอะไรบางอย่างหรือไม่
ต้องการพิสูจน์-แก้ต่างให้ทักษิณ
เมื่อถามว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ออกมาดำเนินการเพราะต้องการปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายต่อพงษ์ ตอบว่า "ส่วนตัวผมรักคุณทักษิณ แต่ในหน้าที่ฐานะกรรมาธิการ ไม่อยากให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องล่องลอยในอากาศ โดยกล่าวหากันไปมา ก่อนไปเราได้เชิญ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการต่างประเทศไปด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ถามว่าเป็นการแก้ต่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ซึ่งก็สมควร เพราะคนที่ถูกกล่าวอ้างมาแก้ตัวต่อสาธารณชนไม่ได้ และคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะฟ้องร้องด้วย แต่ทั้งนี้อยู่ที่ท่านว่าจะถือสาหาความหรือไม่" นายต่อพงษ์กล่าว
ยันไม่ได้เป็นเครื่องมือให้ใคร
ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศกล่าวว่า นายวิคเตอร์ยังบอกว่า ไม่อยากตกเป็นเหยื่อทางการเมืองทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ที่มีการโยงใยให้เป็น เหยื่อให้ได้ เพียงเพราะเขาไม่ได้โทรศัพท์กลับไปหานาย ศิริโชค นอกจากนี้เขายังพูดทำนองว่าที่ถูกจับเพราะว่าเป็นรัสเซียนบอย การจับกุมที่โรงแรมโซฟิเทล สีลม ช่วงที่เขาเดินทางมาประเทศไทย ก็มีข้อสังเกต หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วลงมาเพื่อพบคุยกับเพื่อนนักธุรกิจได้ไม่นาน ก็มีตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจสากลมาจับกุม พร้อมทั้ง พูดคำหยาบคายมากมาย จากนั้นก็มีความพยายามจะสร้างภาพให้เขาเป็นนักค้าอาวุธที่นำมาเข่นฆ่าประชาชน หากคิดว่าตัวเขาผิดจริง ก็อยากให้ลองยกตัวอย่างความผิดมาสักข้อ ส่วนกรณีที่นายศิริโชคระบุล่าสุดว่า ตนกำลังตกเป็นเครื่องมือของใครบางคนนั้น ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการการต่างประเทศไม่เคยเอาประชาชนมาบังหน้า เหมือนกับนายศิริโชคที่ไปพบนายวิคเตอร์โดยไม่ถูกต้องตามระเบียบกรมราชทัณฑ์และมีนัยทางการเมืองชัดเจน จนนายวิคเตอร์ บูท บอกว่าสงสัยนายศิริโชคดูหนังฮอลลีวูดมากไป จึงพยายามเชื่อมโยงถึง พ.ต.ท.ทักษิณให้ได้ ขอย้ำว่าคณะ กรรมาธิการดำเนินการตามมติที่ประชุม ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างสงสัย ไม่ได้เป็นเครื่องมือใครบางคน แต่ทำไป ตามหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
แฉไอ้โม่งแอบไปกับศิริโชคด้วย
ด้าน น.ส.ฐิติมากล่าวว่า ยืนยันว่าขั้นตอนการพบนายวิคเตอร์เป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และที่ต้องชี้แจงเพราะต้องการเชื่อมโยงให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างการเข้าพบของนายศิริโชค เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่นายศิริโชคระบุว่าทำตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ทุกประการ ไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง เพราะนายวิคเตอร์ บูท ได้ เล่ารายละเอียดว่านายศิริโชคเข้าไปพบในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย. โดยนายวิคเตอร์ บูท ถูกเรียกตัวให้ออก มาพบทั้งที่ไม่ได้สอบถามว่ายินยอมให้เข้าพบหรือไม่ และที่สำคัญคือพบว่ามีชายไทย 2 คน ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว และสวมแจ็กเกตทับชั้นนอก กางเกงสีดำ มานั่งรอพบอยู่ ซึ่งนายศิริโชคแนะนำตัวเพียงหนึ่งคน ขณะที่อีกหนึ่งคน ที่นั่งฟังอยู่ด้วยไม่มีการแนะนำตัวให้ทราบว่าเป็นใคร และไม่มีการสอบถามความยินยอม จึงขอถามไปถึงนายศิริโชคว่าชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยนั้นเป็นใคร และตัวนายศิริโชคได้แนะนำตัวว่าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวนายกรัฐมนตรี แต่ก่อนที่จะออกจากเรือนจำนายศิริโชคได้เขียนใส่กระดาษว่าเป็น ส.ส.ก่อนเดินทางกลับ หมายความว่าอะไร จึงขอเรียกร้องให้นายศิริโชคออกมาระบุให้ชัดเจน ซึ่งกระดาษที่นายศิริโชคเขียนแนะนำตัวพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ของนายศิริโชคนั้น นายวิคเตอร์ บูท ยังเก็บไว้เป็นอย่างดี
ปชป.ไม่เกี่ยวพบ "วิคเตอร์ บูท"
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รองโฆษกกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.ต่างประเทศ โดยเฉพาะซีกฝ่ายค้านเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย โดยไม่มี กมธ.ซีกรัฐบาลเข้าไปพบด้วยนั้น ว่า ยืนยันว่ามติของ กมธ.ต่างประเทศเข้าเยี่ยมนายวิคเตอร์ บูท เป็นการลงมติในขณะที่ ส.ส.ซีกรัฐบาลบางส่วนไม่อยู่ เพราะต้องเข้าไปลงคะแนนในการประชุมสภา แต่เมื่อกลับมาที่ห้องประชุม กมธ.พบว่า กมธ.ในซีกฝ่ายค้านได้มีการลงมติว่าจะเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ทั้งนี้ ได้สอบถามและได้รับทราบภายหลังว่าจะมีการเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ในวันที่ 4 ก.ย. โดยตนก็ไม่ไปแน่นอนเพราะเห็นว่าไม่ใช่ หน้าที่ของ กมธ. เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำของตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะคนสนิทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทำผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องของกระบวน การยุติธรรมต้องตรวจสอบ ส่วนเรื่องความเหมาะสมเป็นเรื่องของสังคมต้องตัดสิน แต่หน้าที่ของ กมธ.ต้องสร้างความสัมพันธ์ของประเทศ และประโยชน์ส่วนรวมประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท เป็นข้อเสนอของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
ท้วง "ต่อพงษ์" ทำตัวไม่เหมาะสม
ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม. และกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ทราบว่าจะไม่มีการเดินทางเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ในวันดังกล่าว จะรอการชี้แจงจากนายศิริโชคก่อน แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันดังกล่าวกลับมีการเข้าพบ ไม่ทราบว่ามีเจตจำนงหรือต้องการอะไร และยืนยันเป็นการรับลูกจากนายจตุพร จึงอยากถามนายต่อพงษ์ว่าทำงานให้ใคร พ.ต.ท.ทักษิณ นายจตุพร หรือนายวิคเตอร์ บูท และเมื่อไหร่จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเสียที อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กมธ.ครั้งหน้า จะท้วงติงในการทำหน้าที่ไม่เหมาะสมของประธาน และต่อไปเอกสารที่จะนำเสนอต่อสื่อ จะให้ กมธ.ดูก่อน ครั้งนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า การที่นายศิริโชคเข้าพบไม่ผิดกฎหมาย เพราะนายต่อพงษ์และนางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ยังสามารถเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ได้
"เทือก" ปัดไม่วิจารณ์ "ศิริโชค"
วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนาย ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ระบุนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลเรื่องการเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท นักค้าอาวุธชาวรัสเซีย ในเรือนจำ ไม่ตรงข้อเท็จจริงกับข้อมูลของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศว่า ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ เพราะตนไม่เคยเข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูท ด้วยตัวเอง จึงไม่รู้ว่ากรณีที่นายศิริโชค และพรรคเพื่อไทย ไปพบนายวิคเตอร์ บูท มีการพูดจาอะไรบ้าง
"ศิริโชค" ตอก กมธ.ท่าทีส่อพิรุธ
ค่ำวันเดียวกัน นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์ ในฐานะคนสนิทนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมทำหนังสือเชิญไปชี้แจงและเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีที่เข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธชาวรัสเซีย ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือจาก กมธ.ต่างประเทศเลย ยังไม่รู้ว่าจะให้ไปชี้แจงวันไหน แต่ถ้ามีหนังสือมาถึง ก็ยินดีจะเข้าชี้แจงต่อ กมธ. เพราะยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ สิ่งที่นายต่อพงษ์ กล่าวอ้างตนสามารถหักล้างได้หมด พฤติกรรมของกรรมาธิการการต่างประเทศชุดนี้น่าสงสัยว่ากำลังทำอะไรกัน เพราะสุดท้ายก็มีกรรมาธิการไปที่เรือนจำเพียงแค่ 2 คน จากการแถลงข่าวของกรรมาธิการการต่างประเทศที่เป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ระบุว่า วันที่ลงมติจะไปหรือไม่ไปเรือนจำ มีการอุ๊บอิ๊บ โดยหาจังหวะในช่วงที่ ส.ส.จะต้องออกจากห้องประชุมมาลงคะแนนร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งกรรมาธิการต้องออกไปใช้สิทธิ พอกรรมาธิการที่ไปลงคะแนนในที่ประชุมสภากลับมาประชุมกรรมาธิการ ก็ปรากฏว่าได้กรรมาธิการที่เป็นฝ่ายค้านลงมติไปหานายวิคเตอร์ บูท ที่เรือนจำแล้ว
รับไปหาข้อมูลการค้าอาวุธสงคราม
นายศิริโชคกล่าวอีกว่า ขอถามว่ากรรมาธิการไปเพื่ออะไร ซึ่งหน้าที่ของกรรมาธิการจะต้องไม่คิดว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่ต้องเป็นการปกป้องประโยชน์ ของประเทศ แต่การไปพบกับนายวิคเตอร์ บูท ไปพยายามจับผิดว่าตนพูดอะไรกับบูท และเป็นการไปแก้ต่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่างจากที่ตนทำ เพราะตนไปหาข้อมูล ซึ่งการหาข้อมูลเพราะตอนนั้นมีเครื่องบินสัญชาติจอร์เจียบินมาจากเกาหลีเหนือ ขนอาวุธสงครามเพื่อจะไปที่ศรีลังกา มีการเชื่อมโยงกับกลุ่ม พยัคฆ์ทมิฬอีแลม และเป็นวันเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ศรีลังกา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องต่อจิ๊กซอว์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความเกี่ยวโยงอย่างไร และนายบูทเกี่ยวโยงอย่างไร อาวุธดังกล่าวนำมาใช้ในประเทศไทยหรือประเทศอื่น จึงจำเป็นที่จะต้องไปที่เรือนจำ
อัด "ต่อพงษ์" ทำลายเกียรติภูมิ กมธ.
"ผมได้ข้อมูลเยอะพอสมควร คุยกันอยู่ 2 ชั่วโมงแต่ต้องเข้าใจว่า อยู่ที่เราคุยด้วยเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ เพราะศาลนิวยอร์กฟ้องว่านายบูทเกี่ยวข้องกับกลุ่มฟากซ์ ในโคลอมเบีย เพื่อมาประหัตประหารคนอเมริกัน ซึ่งมีเทป บันทึกการคุยโทรศัพท์ระหว่างสายลับกับบูท ต้องรู้ว่าเรากำลังคุยกับผู้ต้องหา จึงต้องรอบคอบและต้องตรวจสอบ เพราะผู้ต้องหาก็บอกเราไม่หมด และเราก็ต้องตั้งคำถามหลอกเขา ผมไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรู้ เพื่อเอาข้อมูลไปตรวจสอบก่อน ซึ่งต่างจากนายต่อพงษ์ที่เชื่อผู้ต้องหาโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูล หรือว่าผู้ต้องหาพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องให้พูดอยู่แล้ว นายต่อพงษ์กำลังทำลายความน่าเชื่อถือของกรรมาธิการ นำเอาประเด็นทางการเมืองในประเทศไปขยายผล ใช้บูทเป็นเหยื่อสร้างพื้นที่ข่าว ประเทศ ไทยอยู่ระหว่างกลางของความขัดแย้งของ 2 ประเทศ นายต่อพงษ์ควรสร้างเกียรติภูมิไม่ใช่แก้ต่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นายต่อพงษ์กำลังหลงทาง เป็นการใช้วาระเพื่อฟอกตัว พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร้สำนึก นายต่อพงษ์ควรจะเป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้ต่อไปหรือไม่" นายศิริโชคกล่าว
ไปคนเดียวไม่มีไอ้โม่งไปด้วย
สำหรับเหตุผลที่ต้องให้เบอร์โทรศัพท์กับนายบูทนั้น นายศิริโชคกล่าวว่า นายต่อพงษ์อย่าหลงประเด็น ขณะนี้นายต่อพงษ์พยายามมาลากให้สังคมสับสน เพราะตนเข้าไปในเรือนจำซึ่งไปรอนายบูท เจ้าหน้าที่ก็มาเจอตน เมื่อคุยเสร็จนายบูทก็ลุกกลับไป แต่ก่อนนายบูทจะไปได้ ขอเบอร์โทรศัพท์ตนไว้ ถ้าเราไม่ให้ก็กระไรอยู่ เพราะเรามาหาข้อมูลจะเป็นการไม่จริงใจ ซึ่งนายบูทก็ให้เบอร์ นั้นไว้กับทนาย ซึ่งทนายก็โทรศัพท์กลับมาหาตน การที่นายบูทขอเบอร์โทรศัพท์ไปจะไปทำอะไรได้ จะโทร.มาหาตนได้อย่างไร เพราะเป็นผู้ต้องหา เบอร์ตนคนไทยก็รู้ค่อนประเทศ ส่วนที่บอกว่ามีคนแปลกหน้าเข้าไปด้วยนั้น นายศิริโชคกล่าวว่า นายต่อพงษ์และกรรมาธิการอีกคนกำลังหลงเชื่อผู้ต้องหา โดยไม่ได้ตั้งสติให้ดี วันนั้นอธิบดีกรมราชฑัณท์และผู้บัญชาการเรือนจำก็ยืนยันว่าตนไปคนเดียว นายบูทไม่มีทางรู้ว่าคนที่อยู่ด้วยเป็นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ การจะไปกี่คนไม่ใช่สาระ เพราะสาระอยู่ที่ว่าเราคุยอะไรกัน
ปูด ปชป.บีบพยานคดียุบพรรคหนี
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ก
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/108932
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง