หน้าแรก / หน้าหนึ่ง

กมธ.บุกบางขวาง เค้น 'บูท' จับเท็จ 'ศิริโชค'

วันที่ 05/09/2553 02:00 (ผ่านมา 519 วัน 8 ชั่วโมง 40 นาที)

แฉใช้คำพิเศษมากอ้างตำแหน่ง โอดไม่อยากเป็นเหยื่อการเมือง ปชป.-พท.ยังเล่นแง่ปรองดอง

รัฐบาล-ฝ่ายค้านต่างไว้เชิงเรื่องเจรจาปรองดอง โฆษกประชาธิปัตย์ตั้งแง่ ให้พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายประสานมาก่อน ขณะที่"ปลอดประสพ" โยนนายกฯตั้งโต๊ะเจรจา แถมต้องรอกล่อม ส.ส.ในพรรคให้คล้อยตามด้วย ด้านประธานวุฒิสภาแนะ ทั้ง 2 ฝ่าย เลิกพูดจากระแนะกระแหนตั้งแง่ใส่กัน กมธ.ต่างประเทศบุกคุกบางขวางพบ "วิคเตอร์ บูท" เผยพ่อค้าอาวุธรัสเซียยืนยันไม่รู้จัก "ทักษิณ" แถมโอดครวญไม่อยากตกเป็นเหยื่อทางการเมือง พร้อมแฉ "ศิริโชค" ขอเข้าเยี่ยมโดยใช้คำพูดพิเศษมากอ้างอิงสถานะ

กรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ในนามพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาปรองดองสมานฉันท์กัน ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าว โดยระบุว่าพร้อมที่จะพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย แต่ต้องไม่มีเงื่อนไขของคดีความและการฮั้วกันทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น

โฆษก ปชป.ย้ำนายกฯพร้อมคุย พท.

วันที่ 4 ก.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ 5 ข้อ พรรคเพื่อไทย ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสร้างความปรองดองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมตอบรับข้อเสนอ ก้าวต่อไปคือการกระทำที่เป็นรูปธรรม ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันปฏิเสธแนวทางการใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นการคุกคาม การยุยงให้ทำผิดกฎหมาย การก่อความวุ่นวาย ก่อจลาจลและก่อวินาศกรรม ก็จะสร้างความมั่นใจว่าการเมืองสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้จริง เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สามารถหารือกันอย่างสันติวิธี โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความพร้อมที่จะพบปะหารือกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี หรือแกนนำคนอื่นของพรรคเพื่อไทย ทันทีที่เดินทางกลับมาจากจีน ซึ่งการหารือนั้นเป็นเรื่องที่จะให้แต่ละฝ่ายช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดความวุ่นวายเมื่อมีการลงพื้นที่ต่างๆในประเทศ ในขณะเดียวก็เป็นการรับฟังข้อห่วงใยต่างๆต่อสถานการณ์บ้านเมือง

ตั้งแง่รอเพื่อไทยประสานงานมาก่อน

นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. แสดงความไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ที่นายปลอดประสพแถลงในนามพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนายปลอดประสพนั้น ตนเห็นว่าสังคมไม่ต้องมองว่าความคิดของนายจตุพรเป็นอุปสรรค และขอยืนยันว่าจากการพบปะหารือแลกเปลี่ยนกับ ส.ส.ฝ่ายค้านก็มี ส.ส. ส่วนใหญ่ที่มีความเห็นสอดคล้องกับนายปลอดประสพ และพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเรื่องดังกล่าวสามารถเดินหน้าไปได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอบุคคลที่คาบเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย อาทิ นายจตุพร หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เห็นชอบก่อน หากมองในทางกลับกันอาจจะถือได้ว่าความคิดเห็นของคนอย่างนายจตุพรก็เป็นความเห็นส่วนตัวของนายจตุพร สังคมไม่ควรจะให้แนวทางที่สร้างความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในบ้านเมืองให้ดำรงอยู่ต่อไป ฉะนั้น ขณะนี้ถือว่าเป็นการรอการติดต่อประสานงานจากทางพรรคเพื่อไทย

ขอให้ร่วมมือคณะกรรมการปฏิรูป

นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หาก ส.ส.และพรรคการเมืองรู้หน้าที่และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จะทำให้การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็ดีขึ้น แต่นี่ทางหนึ่งออกมาประกาศปรองดอง แต่แกนนำนปช.ที่เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับออกมาปฏิเสธว่าเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของนายปลอดประสพ แสดงว่าพรรคเดียวกันเองยังไม่มีความปรองดองสามัคคี ก็ต้องถามกลับไปว่า พวกคุณกำลังเล่นละครน้ำเน่าหรือเล่นเกมสับหน้าชนอยู่หรือเปล่า นอกจากนี้ข้อเสนอต่างๆไม่ควรมาจากฝ่ายค้านทั้งหมด รัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม หากพรรคเพื่อไทยต้องการร่วมกันแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองจริง ก็ควรให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการชุดต่างๆเหล่านี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริงที่จะนำมาเป็นบทสรุปในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองต่อไป

"ปลอด" โยนนายกฯ ตั้งโต๊ะเจรจา

ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะพบปะหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยถึงข้อเสนอปรองดอง 5 ข้อ ว่า ถือเป็นพระคุณอย่างสูง ตนจะได้ เตรียมตัวคุยกับนายกฯ หากมีการนัดหารือกันคงจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทย 2-3 คนร่วมด้วย แต่เชื่อว่าคงเป็นการคุยธรรมดาในวงกว้างมากกว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไร  ส่วนจะหารือกันจริงหรือไม่แค่ไหนอย่างไร ตั้งโต๊ะทางการขนาดไหน  อยู่ที่นายกฯจะตัดสินใจ พรรคเพื่อไทยยินดีเสมอ  เราเชื่อมั่นว่าแนวทางที่เสนอไปเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และทุกคนก็คิดเหมือนกัน

รอกล่อม ส.ส.พท.สนับสนุน

นายปลอดประสพกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวขณะนี้อาจจะทราบกันแค่กลุ่มผู้นำของพรรคเพื่อไทย  ดังนั้นจะค่อยๆขยายผลเพิ่มเติมให้ ส.ส.ของพรรครับทราบมากขึ้น และจะดำเนินไปในเป็นรูปแบบที่ไม่สลับซับซ้อนจนเกินไป ทั้งนี้อาจมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยบ้าง ก็เห็นใจและเข้าใจความรู้สึก  จะให้เห็นด้วยปุบปับทันทีคงไม่ได้  แต่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เสนอไปเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือเสื้อสีใดก็ตาม
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  แกนนำพรรคได้พูดคุยกันและเห็นด้วยกับแนวทางสมานฉันท์ที่นายปลอดประสพเสนอไป โดยในวันที่ 6-7 ก.ย. จะนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุม ส.ส. เพื่อประกาศต่อหน้า ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่อไป ซึ่งจะกำหนดเป็นแนวทางในการทำงานเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ ส่วนรัฐบาลจะฟังหรือไม่ และจะทำอย่างไรต่อไป ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องความสมานฉันท์  เราก็จะขอใช้แนวนโยบายนี้เป็นทิศทางของพรรคในการนำความสุขกลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

"ประสพสุข" ขอทุกฝ่ายเลิกสาดโคลน

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางปรองดองกับทุกกลุ่มว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ถ้าทำอย่างนั้นได้จริงก็เกิดความปรองดองแน่ ส่วนท่าทีของฝ่ายรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธนั้น เห็นว่าอย่าไปตั้งแง่ใส่กัน เพราะคงไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะปรองดอง เราไม่สามารถทำให้เกิดการปรองดองกันได้หมด แต่ก็เห็นด้วยกับแนวทางที่พรรคเพื่อไทยเสนอ ขนาดองค์กรระหว่างประเทศยังสนับสนุนให้เกิดการปรองดองในบ้านเรา ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังออกมาตอบโต้กันอยู่ แล้วจะเกิดการปรองดองได้อย่างไร นายประสพสุขกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องเลิกพูดจากระแหนะกระแหนกัน ดูตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เด็กๆยังมีเสียงสะท้อนออกมาว่าบรรยากาศขัดแย้งกันเป็นสิ่งไม่ดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆเริ่มดีขึ้นแล้ว ถ้าทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นก็จะฝ่าวิกฤติไปได้ สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงอีกนาน เชื่อว่าไม่ทันในสมัยนิติบัญญัตินี้แน่นอน ถึงจะเร่งอย่างไรก็ไม่ทัน เพราะต้องไปหารือกับทุกฝ่าย ให้ตกผลึกทางความคิดก่อน

"จาตุรนต์" อัดรัฐบาลไร้เอกภาพ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เสนอแนวทางปรองดอง 5 ข้อว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพราะการปรองดองต้องมาจากทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้ง และนายกฯมีท่าทีตอบรับแนวทางปรองดองจากพรรคเพื่อไทยมากขึ้น แต่มีเงื่อนไขว่าพรรคเพื่อไทยต้องตัดขาดจากเสื้อแดงอย่างเด็ดขาด ซึ่งนายกฯไม่ควรพูดขนาดนั้น เพราะทุกพรรคมีสิทธิสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ระบุว่า ถ้าจะปรองดองต้องให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ และกลุ่มเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหว นายจาตุรนต์ตอบว่า นายสุเทพชอบใช้คำพูดว่า ฝ่ายหนึ่งยื่นเท้า ฝ่ายหนึ่งยื่นมือ แต่การแสดงความเห็นขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง แม้จะปรองดอง แต่ฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ วิจารณ์รัฐบาลต่อไป เพียงแต่ 2 ฝ่ายควรลดการพูดใส่ร้ายป้ายสี รัฐบาลต้องไม่ทำให้เกิดสภาพผู้ผิดไม่ต้องติดคุก แต่ผู้แพ้ต้องติดคุก หรือปล่อยให้เสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อแต่ละฝ่ายแสดงเจตนารมณ์ต้องการปรองดอง แต่ละฝ่ายก็ต้องปรับให้มีเอกภาพ ปัญหาของรัฐบาลคือนายกฯใช้คนส่วนหนึ่งเจรจา แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่รู้เรื่องด้วย ส่วนฝ่ายเสื้อแดงก็พูดสวนทางกัน

โวยเด็ก พท.เสี้ยมรัฐบาลระแวงทหาร

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะมีการปฏิวัติในช่วงเดือน ต.ค. และขณะนี้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้รองรับบุคคลที่จะก้าวขึ้นเป็นนายกฯคนต่อไปไว้แล้ว ซึ่งเป็นทหารยศพลเอก ชื่อย่อ "ป" ว่า การที่นายสุรพงษ์ปูดข่าวเรื่องนี้น่าจะหวังผลทางการเมืองเพื่อให้เกิดความ หวาดระแวงภายในกันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและกองทัพ ทั้งที่สถานการณ์การเมืองเวลานี้ไม่มีสัญญาณใดที่บ่งบอกถึงการปฏิวัติรัฐประหารแม้แต่น้อย เพราะความสามัคคีในพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นปึกแผ่น การโยกย้ายในกองทัพก็เป็นไปตามขั้นตอนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่มีภาวะผู้นำเป็นที่ยอมรับของทหารในกองทัพทุกคน จึงไม่อยากที่จะให้คนในพรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความเห็นในลักษณะที่ทำให้สังคมตื่นตระหนก

เย้ยสร้างข่าวตีกัน ส.ส.ย้ายรัง

นายเทพไทกล่าวว่า นอกจากนี้การพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเดือน ต.ค.ก็เพียงหวังผลสร้างขวัญกำลังใจกันเองภายในพรรค ท่ามกลางกระแสลูกพรรคตีจากชนิดเลือดไหลออกไม่หยุด จึงจำเป็นต้องหาวิธีการดึงดูดมัดใจด้วยการเอาภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณมาผูกมัดสมาชิกพรรค และเรียกร้องให้คนในตระกูลชินวัตรเข้ามาบริหารจัดการดูแลท่อน้ำเลี้ยงให้ ส.ส. แม้แต่กระแสข่าวล่าสุดที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการประสานภารกิจของพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่ดูแล ส.ส.แทน ก็ล้วนแต่เป็นวิธีการสร้างข่าวเพื่อมัดใจ ส.ส.ไม่ให้ตีจากทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับแนวทางที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยควรจะมีมาตรการควบคุมการให้ข่าวของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ให้เกิดความแตกแยกและสร้างความสับสนต่อสังคม เพราะหากไม่สามารถบังคับให้ ส.ส.ทำตามแถลงการณ์ของพรรคได้ แถลงการณ์ดังกล่าวก็เป็นแค่เศษกระดาษกับลมปากที่หวังผลแค่การชิงพื้นที่ข่าวเท่านั้น

เหน็บ ปชป.ใบ้กินเรื่องซื้อตัว ส.ส.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการย้ายพรรคของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นธาตุแท้ของพรรคการเมืองบางพรรคที่ใช้เงินงบประมาณไปล่อดูด ส.ส.เพียงเพื่อหวังจะเป็นใหญ่ในประเทศ แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยรู้สึกภูมิใจกับ ส.ส.ของพรรคทุกคนที่มีอุดมการณ์ ไม่โลเล และมั่นใจว่า  ส.ส.หลายคนจะเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นกับพรรคมากขึ้น โดยเฉพาะจากการได้เปิดอกพูดคุยกันในช่วง 2-3 วันนี้ อย่างไรก็ตาม รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ในอดีตเคยด่ากระจายแบบ 3 วันหลังอาหารในเรื่องการดูด ส.ส. เคยด่าว่า ส.ส.ขายตัวน่ารังเกียจและให้ฉายาเป็นโสเภณีการเมือง แต่วันนี้ไม่รู้อมอะไรอยู่ จึงไม่มีเสียงเตือนออกจากปากใครสักแอะ ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์พรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังใช้ลัทธิดูด ด้วยการกดปุ่มเปิดไดร์โว่รุ่นพิเศษ หรือเป็นเพราะวันนี้คนที่เคยเกลียดกันกลายเป็นคนรักกัน และทำให้ได้เป็นรัฐบาลแบบทางด่วน เลยไม่กล้าออกมาพูดอะไร

ตามจิกทุจริตเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.ที่ผ่านมาว่า ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของพรรคได้ตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจำนวนมากแทบทุกเขต ทั้งระหว่างการหาเสียง การลงคะแนน และช่วงการนับคะแนน พรรคมีพยานบุคคล พยานเอกสาร ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยทำเรื่องร้องเรียนไปยัง กกต.แล้ว แต่มีความกังวลต่อการสืบสวนหาความจริงที่ใช้เวลานานมาก บางกรณีครบวาระที่ต้องเลือกตั้งใหม่ยังสอบสวนไม่เสร็จ ทำให้ผู้สมัครที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือกล้าทำผิดต่อเนื่องเพื่อเอาชนะคู่แข่งไปก่อน ดังนั้นขอเรียกร้องไปยัง  กกต.ว่าอย่าเพิ่งรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครที่ถูกร้องเรียนด้วยเหตุผลและหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้สมัครในครั้งต่อไป นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะทำหนังสือไปยัง กกต.ขอเข้าพบในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

กมธ.ต่างประเทศบุกเรือนจำพบ "บูท"

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการฯ เดินทางเข้าขอเยี่ยมพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย โดยมีนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้การต้อนรับ ขณะที่นายลักษณ์ นิติวัฒนวิจารณ์ ทนายความของนายวิคเตอร์ บูท ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปรับฟังการสนทนา ทั้งนี้ นายบูทปฏิเสธที่จะพูดคุยกับคณะกรรมาธิการฯหากไม่มีตัวแทนของสถานทูตรัสเซียร่วมด้วย อธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงประสานไปยังสถานทูตรัสเซีย ต่อมานายอังเดร เดอเวอระนีคอฟ หัวหน้ากงสุลอาวุโสประจำสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยเดินทางมาที่เรือนจำ ตามด้วยล่ามรัสเซีย พร้อมกล้องบันทึกเทป

ยกเหตุผลขอตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายต่อพงษ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ว่า มีข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณชนขัดแย้งกัน โดย เฉพาะเรื่องสถานะของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางเข้าพบก่อนหน้านี้ จึงอยากทราบว่านายศิริโชคยืนยันกับนายบูทว่ามาในสถานะอะไร เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯไม่ต้องการให้ใช้นักโทษหรือบุคคลใดมาเป็นข้ออ้างเพื่อตั้งข้อหายัดเยียดอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะนายบูทเป็นเพียงบุคคลที่ถูกทางการสหรัฐฯกล่าวหาเท่านั้น นอกจากนี้อยากทราบว่าถ้อยคำที่นายบูทแถลงผ่านภรรยาเป็นเรื่องจริงแค่ไหน รวมถึงอยากทราบสภาพจิตใจของนายบูทว่ามีกระแสกดดันจากรัฐบาล หรือมีการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

เผย "บูท" ไม่อยากเป็นเหยื่อการเมือง

ต่อมาเวลา 14.00 น. ภายหลังการพูดคุย นายต่อพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า นายบูทได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการฯขอให้อำนาจนิติบัญญัติเข้ามาดูแลการบังคับใช้กฎหมาย โดยอ้างว่ายังมีนักโทษอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน และขอบคุณที่คณะกรรมาธิการฯไม่ปล่อยปละละเลย และไม่อยากให้นักการเมืองไทยนำเขาไปเป็นเหยื่อทางการเมือง ซึ่งจดหมายดังกล่าวต้องมีการตรวจสอบจากกรมราชทัณฑ์ก่อน จากนั้นจะส่งมายังคณะกรรมาธิการฯเพื่อประกอบการพิจารณา

แฉ "ศิริโชค" ใช้คำพิเศษอ้างสถานะ

นายต่อพงษ์กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มีตัวแทนกงสุลและล่ามร่วมด้วย จึงต้องใช้เวลารอบุคคลดังกล่าวนาน ระหว่างที่รอตัวแทนจากสถานทูตรัสเซีย ตนได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายบูทถึงการกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเขายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย รู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเท่านั้น และไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธที่ถูกจับในไทยก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งยังยืนยันว่าข้อมูลที่นำเสนอผ่านภรรยาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ผู้สื่อข่าว ถามว่า ตกลงนายศิริโชคอ้างตำแหน่งใดในการพบนายบูท นายต่อพงษ์ตอบว่า นายศิริโชคใช้คำพิเศษมาก และย้ำอีกครั้งทิ้งท้าย รวมถึงให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย แต่ตนอยากฟังจากปากของนายศิริโชคที่ยืนยันจะมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯในสัปดาห์หน้าว่าจะตรงกันหรือไม่ เวลานี้ยังไม่อยากกล่าวหาใคร

เรือนจำเก็บจดหมายไว้ตรวจสอบ

ด้านนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯพูดคุยกับนายบูทตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. ส่วนตนไม่ได้เข้าไปด้วย แค่มาตรวจความ เรียบร้อยเท่านั้น จึงไม่ทราบรายละเอียดการพูดคุย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ สำหรับจดหมายที่นายบูทมอบให้คณะกรรมาธิการฯนั้น ทางเรือนจำเก็บไว้ตรวจสอบตามระเบียบ หลักสำคัญคือต้องไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำ ไม่นัดแนะวางแผนหลบหนี ไม่พาดพิงคนอื่นในทางเสื่อมเสีย ซึ่งจะพิจารณาให้เร็วที่สุด

ประธาน ส.ว.ห่วงปัญหาทุจริตงบฯ

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ว่า มี ส.ว.แจ้งขออภิปรายไว้ 80 คน อภิปรายคนละ 15 นาที ให้เวลา 2 วัน คาดว่าจะโหวตลงมติได้ในช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ย. สมาชิกส่วนใหญ่จะอภิปรายกันมากในมาตรา 3 ซึ่งเป็นภาพรวมของงบประมาณ ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดงบเพื่อทุ่มหาเสียงมากกว่ามุ่งเน้นการบริหารงาน เพราะใกล้จะมีการเลือกตั้ง นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่คิดเช่นนั้น เพราะแต่ละกระทรวงต้องมีการตั้งโครงการขึ้นมาเพื่อพัฒนางานในกระทรวง ยังดูไม่ออกว่าเป็นการหาเสียงอย่างไร เมื่อถามว่าการตั้งโครงการลงทุนเป็นการกู้เงินต่างประเทศมาทั้งหมด ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้น นายประสพสุขกล่าวว่า การลงทุนถ้าดูแล้วได้ประโยชน์ก็ต้องทำ แต่ตนยังเป็นห่วงเรื่องการทุจริตที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ดังนั้น ถ้ากู้มากินมาใช้ก็ไม่ควรทำ

นายกฯไปจีนร่วมงานเวิลด์เอ็กซ์โป

เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ท่าอากาศยานกองทัพอากาศ (บน.6) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ   เที่ยวบินพิเศษ   RTAF 211 ไปยังนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2010 โดยนายอภิสิทธิ์มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าวว่า "อรุณสวัสดิ์" แต่ไม่ให้สัมภาษณ์  ทั้งนี้  นายกฯจะร่วมรับประทานอาหาร กลางวันกับทีมประเทศไทย และให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ China Business News (CBN) แล้วจะเดินทางออกจากโรงแรมที่พักไปยังศูนย์วิจัยพลังงานแสงอาทิตย์ นครเซี่ยงไฮ้ ในเวลา 15.00-16.00 น. จากนั้นจะอัดเทปรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ที่บริษัท Cisco ส่วนในช่วงเย็นมีกำหนดการร่วมงานเลี้ยงรับรองและพบปะกับข้าราชการ นักธุรกิจไทย และนักเรียนไทย ที่พำนักในนครเซี่ยงไฮ้ แล้วจะให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Shanghai Daily และหนังสือพิมพ์ Oriental Morning Post ในเวลา 21.00 น.

นสพ.ไทยรัฐ


ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/108694


ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง