หน้าแรก / หน้าหนึ่ง

ไทยส่อเสียท่า ศึกพระวิหาร

วันที่ 29/07/2553 03:59 (ผ่านมา 557 วัน 4 ชั่วโมง 36 นาที)

เสียเปรียบเขมรบาน อาจต้องถอนจากภาคี

คนไทยทั้งชาติลุ้นระทึก หลังมีรายงานเชิงลึกคณะผู้แทนไทยที่ไปประชุมกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล เสียเปรียบฝ่ายเขมรอื้อซ่า แถมมีแววประเทศมหาอำนาจหนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกชัวร์ ขณะที่ มติ ครม.ยันไม่ให้รับมติยูเนสโก และให้คัดค้านแผนเขมรทุกกรณี หากสู้ไม่ได้ให้วอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุม ชี้ถ้าจำเป็นอาจต้องถอนตัวจากภาคีอนุสัญญามรดกโลก

กลายเป็นปมร้อนเขย่ารัฐบาลขึ้นมาทันที ภายหลังองค์การศึกษาวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 34 ที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล มีแนวโน้มจะลงมติให้ เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยมีกัมพูชาเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. กับไทย ส่งผลให้รัฐบาลไทยที่เพิกเฉย ปัญหา และไม่ทันเกมการเมืองระหว่างประเทศ ต้องออกมาประท้วง หรืออาจถึงขั้นถอนตัวจากการเป็นภาคีอนุสัญญา มรดกโลกนั้น

มติ ครม.สั่งค้านเขมรฮุบพระวิหาร

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 28 ก.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลการประชุม ครม.เรื่องการคัดค้านการเสนอแผนบริหาร จัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ว่า ในที่ประชุมได้หารือ กันกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ได้ส่งแฟกซ์เอกสาร ขอให้ ครม.มีมติแสดงท่าทีจุดยืนของ รัฐบาลไทยมาตั้งแต่เมื่อตีสองที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ครม. มีมติว่า ให้คัดค้านแผนการบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชาเสนอ ถ้ามีแนวโน้มว่าจะโหวตแล้วแพ้ ก็ให้นายสุวิทย์ ในฐานะตัวแทนฝ่ายไทย แสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า ไทยคัดค้าน และอาจต้องวอล์กเอาต์ไม่ร่วมลงมติด้วยและ ออกมาแถลงท่าทีของรัฐบาลไทย และให้ รมว.ต่างประเทศ แจ้งจุดยืนท่าทีของไทยไปยังประธานยูเนสโก สำนักงานใหญ่ ที่ฝรั่งเศส และประธานที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิล ส่วนจะมีการทบทวนท่าทีถอนตัวออกจากการเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญามรดกโลกหรือไม่ คงต้องดูกันต่อไป แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

นายกฯอ้าง "สุวิทย์" บอกให้ถอนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 28 ก.ค. ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้ใช้เวลาหารือถึงปัญหาข้อพิพาทปราสาทพระวิหารกันอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายอภิสิทธิ์แจ้งกับที่ประชุมว่า ขณะนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่บราซิล ได้รายงานตรงถึงตนตลอดเวลานับแต่ออกเดินทาง ไปที่บราซิล โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกัมพูชา โดย นายสุวิทย์บอกกับตนว่า ท่าทีของไทยเรื่องนี้ควรที่ไทยจะถอนตัวออกจากที่ประชุม แต่ขอให้ ครม.มีมติที่ชัดเจนถึงท่าทีของรัฐบาลไทย

"ไตรรงค์" ชี้ 2 ทางออกต้องคิดให้ดี

จากนั้นนายกฯ ได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคน แสดงความคิดเห็น ซึ่งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม บอกว่า การตัดสินใจเรื่องนี้รัฐบาลต้องทำให้ไทยได้ประโยชน์ สูงสุด อยากให้ชั่งน้ำหนักให้ดีว่าเราจะได้หรือเสีย ขณะที่ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ เสนอว่า ประเทศไทยต้องมีความระมัดระวังในการพิจารณา  และหาทางออกเรื่องนี้ ส่วนนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุว่า ทางออกของเรื่องตอนนี้มี 2 ทาง คือ อยู่ในภาคี สมาชิก หรือออกมาแล้วไปต่อสู้กันข้างนอก เราต้องคิดให้ดี

"กษิต" ปัดสวะอ้างมีการเลือกข้าง

ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ระบุว่า เชื่อว่ากัมพูชาไม่ได้ต้องการแค่ให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่วัตถุประสงค์ที่กัมพูชาต้องการคือ ดินแดนที่เป็นปัญหาข้อพิพาทกับไทยมากกว่า และไม่แน่ใจในท่าทีของยูเนสโก เนื่องจากไม่ตอบสนอง หรือยืนข้างประเทศไทย และเรื่องนี้ถึงท้ายที่สุดเราต้องยึดหลัก อธิปไตยของประเทศเป็นสำคัญ จากนั้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ แสดงความเห็นว่า องค์กรระหว่างประเทศ ไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับไทย ไม่โปร่งใส จึงก่อให้ เกิดความขัดแย้ง โดยปกติแล้วเรื่องแบบนี้ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงค่อยนำเสนอแผนการบริหารพื้นที่ ขณะที่ประเทศมหาอำนาจที่เป็นกรรมการมรดกโลกที่กัมพูชา ไปล็อบบี้ บางประเทศมีนักวิชาการของเขาเข้าไปได้ประโยชน์ อยู่ในพื้นที่กัมพูชาด้วย แต่การที่ไทยจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกภาคียูเนสโกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อทำหนังสือ ไปแล้วต้องใช้เวลาอีก 1 ปีกว่า ก่อนที่การถอนตัวดังกล่าว จะมีผล  การจะถอนตัวจึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ

"จุติ" ขู่ถ้าเขมรรุกเข้ามายิงกันแน่

ด้านนายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เสนอว่ารัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญเรื่องอธิปไตยของประเทศเหนือสิ่งอื่นใด   โดยจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนแสดงออกมาทันที   ควรจะให้ตัวแทนฝ่ายไทยถอนตัวออกมาจากการพิจารณาและถอนตัวออกจากการเป็นภาคีสมาชิก เพราะถ้าปล่อยเวลาไปจนเขมรอ้างมติกรรมการมรดกโลก แล้วนำกำลังหรือคนของเขาเข้าไปในพื้นที่ ก็จะนำไปสู่ปัญหาตามมาไม่สิ้นสุด เมื่อถึงวันนั้นต่อให้ได้ประโยชน์อย่างไรก็ไม่คุ้มกับการสูญเสียสิทธิเหนืออาณาเขตของไทย ซึ่งหากเรายังเป็นภาคีอยู่ก็จะยังคงมีปัญหาอยู่ไม่จบสิ้น เราต้องยืนยันว่ายังเป็นดินแดนของเราอยู่ จริงๆแล้วกรรมการมรดกโลกมีบทบาทแค่รักษาโบราณสถานไว้เท่านั้น ถ้าต่อไปมีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของเราจะทำอย่างไร จนนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้กล่าวตอบรับขึ้นว่า "ถ้ารุกล้ำเข้ามาก็ยิงกัน"

ถกเครียดถอนไม่ถอนภาคีสมาชิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง รัฐมนตรีหลายคนต่างเสนอแนวทางว่า หากประเมินแล้วคณะกรรมการมรดกโลกมีแนวโน้มจะโหวตรับแผนบริหาร จัดการฯของกัมพูชา จะทำอย่างไร โดยมีการเสนอตั้งแต่เบาไปหาหนัก คือย้ายที่นั่งจากตำแหน่งของประเทศภาคีสมาชิก ไปนั่งในซีกผู้สังเกตการณ์ แต่นายไชยยศได้เสนอให้ตัวแทนฝ่ายไทยลุกออกจากที่ประชุมหรือวอล์กเอาต์ไม่ร่วมการพิจารณาโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีเสนอถึงขั้นให้ถอนตัวออกจากการเป็นภาคีสมาชิกกรรมการมรดกโลก แต่ในประเด็นนี้ได้มีการถกเถียงกันหนักเพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียของการต่อสู้ โดยที่ยังมีสถานะเป็นภาคีสมาชิกหรืออยู่นอกวงแบบไหนจะได้ประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่ากัน

มติ ครม.ยืนยัน 3 แนวทางต่อสู้

ในที่สุดนายอภิสิทธิ์ได้สรุปว่า  เรื่องนี้ทางออกมี  3 แนวทางที่รัฐบาลยึดถือคือ 1.มติ  ครม.ยังคงยืนยันว่าไม่ยอมรับและคัดค้านแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ส่วนจะถึงขั้นวอล์กเอาต์หรือไม่นั้นให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายสุวิทย์ และคณะผู้แทนรัฐบาล 2.ไทยจะพิจารณาทบทวนการเป็นภาคีของยูเนสโก และ 3.ภายในวันนี้ ครม.จะมอบหมายให้นายกษิต ทำหนังสืออย่างเป็นทางการในนามกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งมติดังกล่าวไปยังการประชุมยูเนสโกที่บราซิลและสำนักงานใหญ่ยูเนสโกที่ฝรั่งเศส ว่ารัฐบาลไทยไม่ยอมรับกับแผนพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารของกัมพูชา   ด้วยเหตุว่าหากยูเนสโกให้การยอมรับแผนดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงและสร้างความแตกแยกต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศอย่างรุนแรง

"อภิสิทธิ์" ย้ำค้านแหลกแผนเขมร

ต่อมาเมื่อเวลา  13.50  น. ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติย้ำให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ  ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินหน้าคัดค้านการนำแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชาเข้าสู่วาระการพิจารณา หากมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณา ต้องมีการแถลงคัดค้านอย่างชัดแจ้งถึงสิ่งที่ประเทศไทยไม่อาจยอมรับได้ในการดำเนินการของกรรมการมรดกโลก และหากมีความพยายามที่จะให้มีการลงมติโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของไทย  เราคงไม่ร่วมลงมติ และถ้ามีการลงมติไปในลักษณะกระทบสิทธิของไทย เราจะไม่ยอมรับและไม่ให้ความร่วมมือใดๆ แต่จำเป็นต้องแสดงออกในการปกป้องอธิปไตยของเรา  เพราะตัวมติของกรรมการมรดกโลกไม่อาจมีผลในเรื่องเส้นเขตแดนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมาอ้างมติกรรมการมรดกโลกเพื่อจะบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของเรา ยืนยันว่าต้องได้รับการอนุญาตจากเรา ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการใดๆที่จะมากระทบอธิปไตยของเราได้ อีกทั้งถ้าเราไม่ร่วมมือ หากมีปัญหาเราจะทบทวนการเป็นภาคีในมรดกโลก โดยมติทั้งหมดได้มอบหมายให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศดำเนินการแจ้งให้ประธานกรรมการมรดกโลกทราบก่อนการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ก.ค.นี้

รับอาจกระทบมรดกโลกเดิม

เมื่อถามว่า ในแผนพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชาล่วงล้ำพื้นที่ของไทยกี่กิโลเมตร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาจะเน้นพื้นที่ทางทิศใต้ปราสาทเป็นหลัก แต่ปัญหายังมีอยู่ว่าตัวแผนผังหรือแผนที่จะไม่มีความชัดเจนเรื่องขอบเขตด้านต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ และกัมพูชาพยายามจะบอกว่าพื้นที่ทางทิศเหนือกับตะวันตกจะไม่กำหนดให้อยู่ในโซนการบริหารจัดการ แต่ในร่างข้อมติจะพยายามเขียนถึงว่าขอให้ไทยให้ความร่วมมือ ซึ่งเราเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่า หากเราพิจารณาทบทวนไม่เข้าเป็นภาคีมรดกโลกจะส่งผลอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้นต้องมาทบทวนผลกระทบที่ตามมาอยู่แล้ว และการถอนตัวต้องมีขั้นตอนการแสดงเจตนารมณ์เป็นลายลักษณ์อักษร ที่ต้องผ่านรัฐสภา และกว่าจะมีผลก็ใช้เวลา 12 เดือน ผลกระทบหากถอนตัวจริงๆคือการจะไปขึ้นทะเบียนสถานที่ต่างๆเป็นมรดกโลกคงทำไม่ได้ และสถานะมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วคงจะไม่ได้ความช่วยเหลือจากองค์กรมรดกโลก แต่คิดว่าเราไม่เห็นด้วยในวิธีการดำเนินการของกรรมการมรดกโลกที่ดูจะไม่เคารพเจตนารมณ์ของตัวองค์กรเอง

มีผลทำให้ไทย-เขมรตึงเครียด

เมื่อถามอีกว่า เท่ากับว่ามติกรรมการมรดกโลกครั้งนี้จะมีผลต่อความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นอย่างนั้นมาตลอดอยู่แล้วว่าตั้งแต่มีประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ว่าความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายต้องมีความวิตกกังวลต่อผลที่จะเกิดขึ้นผูกพันในทางกฎหมายหรือในทางใดหากมีการดำเนินการต่อ ดังนั้น ตราบเท่าที่ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงปี 2543 ว่า พื้นที่ดังกล่าวต้องมาจัดทำหลักเขตแดนร่วมกัน และไม่ควรจะมีการไปเปลี่ยนแปลง หรือทำอะไรให้เกิดผลกระทบกับสภาพพื้นที่ตรงนั้น กรรมการมรดกโลกควรจะรอตรงนี้ หรือไม่ต้องยอมรับไปเลยว่าพื้นที่บริเวณนั้นต้องขึ้นทะเบียนร่วมกันของสองประเทศ ซึ่งเราได้แสดงจุดยืนไปแล้ว แต่โดยกฎระเบียบมรดกโลกต้องมีการพิจารณาไปทีละขั้น โดยขั้นแรกต้องพิจารณาว่าจะเลื่อนวาระนี้หรือไม่ ถ้าไม่เลื่อนก็ต้องลงมติหากมีคนไม่เห็นด้วย และต้องมีการเสนอข้อมติที่เป็นทางเลือก ซึ่งได้ซักซ้อมกับนายสุวิทย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มั่นใจทหารพร้อมรบหากจำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเป็นห่วงปัญหาอารมณ์ของคนไทยในประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็พยายามทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย เพราะสิ่งหนึ่งยืนยันได้คือทุกคนต้องมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ควรที่จะใช้ช่องทางทุกวิถีทางที่จะให้กระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและหลีกเลี่ยงความรุนแรง มั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่คิดอย่างนั้น แต่ว่าอะไรที่จำเป็นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามว่า นายกฯคิดหรือไม่ว่าสุดท้ายมันอาจจะไม่สามารถหยุดยั้งสงครามระหว่างสองประเทศได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว และเชื่อว่ากัมพูชาต้องหลีกเลี่ยง ดังนั้น ดีที่สุดคืออย่าไปดำเนินการอะไรที่ไปละเมิดอธิปไตย เมื่อถามว่า เท่าที่หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กองทัพมีความมั่นใจในการรักษาอธิปไตยหากจำเป็นต้องทำหน้าที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "พร้อมครับๆ"

"ปองพล" ติงรัฐพร้อมสู้แค่ไหน

ด้านนายปองพล อดิเรกสาร อดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลกประเทศไทย กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติให้นายสุวิทย์คัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชาว่า ขอถามนายสุวิทย์และ ครม.ว่า เคยเห็นแผนการจัดการของกัมพูชาก่อนที่จะคัดค้านหรือยัง และหากคัดค้านจะคัดค้านประเด็นไหน นายสุวิทย์ก็ไม่เคยพูดชัดเจนก่อนประชุมว่าได้เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งที่เป็นเรื่องที่คนไทยควรรู้ แต่ก็ปิดเงียบ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะคัดค้านควรแสดงบทบาทด้านการทูต และเจรจากับคณะกรรมการให้มากกว่าการออกมาตีโพยตีพาย ที่สำคัญการจะกำหนดบทบาทของประเทศไทยว่าจะเอาอย่างไรกับกรณีเขาพระวิหาร คงต้องรอมติของคณะกรรมการให้แล้วเสร็จก่อนจะมีท่าทีออกไป มิฉะนั้นจะสะเปะสะปะ

ชี้ม็อบ พธม.ไม่มีผลต่อยูเนสโก

นายอดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่ง ชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย และอดีตคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีวาระเรื่องเขาพระวิหาร แต่เป็นเรื่องของประเทศกัมพูชาที่ได้ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารไว้แล้วกับแผนบริหารจัดการ ที่พื้นที่ของเขาพระวิหารด้านทิศเหนือและตะวันตกอยู่บนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่ประเทศไทยจะคัดค้านได้ แต่ทั้งนี้ การคัดค้านในที่ประชุมก็ขึ้นอยู่กับประธานที่ประชุมว่าจะให้ผู้แทนไทยพูดได้หรือไม่ เพราะไทยมีฐานะเสียเปรียบ ไม่เพียงแต่ประเทศกัมพูชาเป็นกรรมการมรดกโลกเท่านั้น แต่ยังมีฝรั่งเศสให้การสนับสนุนด้วย สิ่งที่ประเทศไทยทำได้อย่างเดียวขณะนี้คือการเล่นการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งต้องมีท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาล ทั้งแถลงการณ์ไม่เห็นด้วย การให้สัมภาษณ์ทางการทูต โดย เฉพาะการไม่ยอมรับแผนบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชา ส่วนการเคลื่อนไหวต่อต้านของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และประชาชน ไม่มีผลใดๆ เป็นแค่เรื่องความรู้สึกของคนไทยที่ต้องเสียดินแดนเท่านั้น

เผยมรดกโลกเขาใหญ่ก็มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกขององค์กรยูเนสโกครั้งที่ 34 ที่ประเทศบราซิล ครั้งนี้ นอกจากประเด็นเขาพระวิหารแล้ว รัฐบาลไทยต้องรายงานความคืบหน้ามรดกโลกทางธรรมชาติ "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อถนนหลวงสาย 304 ที่ตัดผ่านอุทยานฯทับลาน-เขาใหญ่ เพื่อลดปัญหาสัตว์ป่าถูกรถชน ที่ผ่านมากรมทางหลวงและกรมอุทยานฯได้ร่วมการออกแบบไว้ 4 รูปแบบ และมีมติว่าอาจใช้ รูปแบบทางยกระดับลอยฟ้าให้รถวิ่งด้านบน และให้สัตว์ ข้ามทางด้านล่าง ปรากฏว่าทางสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) ของยูเนสโก มีความเห็นกลับมาว่าน่าจะทำเป็นรูปแบบอุโมงค์มากกว่า รวมทั้งการจัดการนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากบนเขาใหญ่ จะทำอย่างไรให้สามารถเกลี่ยนักท่องเที่ยวไปยังอุทยานฯอื่นๆ อีกทั้งยังมีปัญหาการบุกรุกป่าแถวทับลานด้วย

ทหารคุมเข้มทางขึ้นผามออีแดง

สำหรับบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สภาพโดยทั่วไปยังปกติ ไม่มีสถานการณ์ที่ส่อแววจะมีเหตุปะทะรุนแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่ที่มีไร่นาอยู่ บริเวณนั้นยังเดินทางผ่านเข้า-ออกด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯเขาพระวิหารได้ โดยมีกองกำลังหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 รักษาการณ์อยู่ที่ด่าน และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือสื่อมวลชนผ่านขึ้นไปสู่ผามออีแดง ทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหาร ส่วนบรรยากาศใกล้วัดแก้วสิกขาคีรีทวาระ ทหารไทยและทหารกัมพูชายังปักหลักปฏิบัติภารกิจอยู่ ตั้งแต่ช่วงเช้าเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก น้ำฝนไหลเข้าไปขังบริเวณที่พักของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ทหารกัมพูชาที่นำลูกเมียมาอยู่ด้วยได้ส่งลูกเมียกลับประเทศ บรรยากาศอื่นๆปกติ ทั้งทหารไทยและทหารกัมพูชาได้จับกลุ่มนั่งดูโทรทัศน์ของแต่ละประเทศถ่ายทอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี มีการร้องทักทายกันเหมือนทุกวัน

ชาวบ้านเชื่อ 2 ประเทศไม่รบกัน

นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า ชาวบ้านภูมิซรอล หรือหมู่บ้านอื่นๆที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไปทำไร่ทำนา หาของป่าในพื้นที่ที่เคยไปเหมือนที่เคยปฏิบัติ กันมาแต่เก่าก่อน ไม่ได้วิตกกังวลอะไร ส่วนหลุมหลบภัยภายในหมู่บ้านต่างๆก็อยู่ในสภาพที่จะใช้การได้ตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเกิดมีการปะทะกันรุนแรงระหว่างทหารกัมพูชาและทหารไทยแต่อย่างใด เพราะเชื่อในความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีพึ่งพาอาศัยกัน ใช้ชีวิตร่วมกันมาเป็นเวลานาน ทำให้มีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้องกันมายาวนานแล้ว

นสพ.ไทยรัฐ


ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/today/view/99682


ที่มา: ไทยรัฐ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด หน้าหนึ่ง