หน้าแรก / ธุรกิจ/เศรษฐกิจ
ชงครม.ทุ่ม1.3หมื่นล.โละหัวรถจักรเก่า
วันที่ 07/09/2553 00:47 (ผ่านมา 520 วัน 21 ชั่วโมง 51 นาที)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ก.ย. กระทรวงคมนาคม เสนอให้ ครม.พิจารณา รายงานผลความคืบหน้าตามผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้ ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ตามผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2552 และขอความเห็นชอบแนวทางและนโยบายการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องการขอใช้สินเชื่อ เพื่อการส่งออกจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนกระทรวงคมนาคมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมรายงานว่า 1.กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินงานความร่วมมือด้านรถไฟ ระหว่างไทย-จีน เพื่อเสนอแนะการกำหนดแนวทางในการขยายความร่วมมือ และติดตามความคืบหน้าด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน และได้นำผลการหารือทวิภาคีกับจีนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยในคราวประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ที่ประชุมได้พิจารณาว่า ปัจจุบันสภาพหัวรถจักรที่ใช้งานมีอายุการใช้งานเกินกว่า 25 ปี จำนวนถึง 151 หัวรถจักร และ รฟท. มีโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าใหม่เพื่อทดแทนรถจักร GE เดิม (อายุประมาณ 45 ปี) จำนวน 50 คัน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการเดินรถ จึงควรพิจารณากำหนดโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งออกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นลำดับแรก และเร่งดำเนินการปรับปรุงทางสายประธานในเส้นทางสายเหนือ ช่วงพิษณุโลก - เชียงใหม่ และสายใต้ ช่วงทุ่งสง - หาดใหญ่ ทั้งนี้ โดยเห็นควรกำหนดโครงการเพื่อใช้เงินจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 3 โครงการ รวมประมาณ 13,671 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอรายงานผลการพิจารณาการกำหนดโครงการด้านการพัฒนาระบบขนส่งทางรางดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากจีนสำหรับการจัดหารถจักร และการปรับปรุงระบบรางสายประธานดังกล่าวดังนี้ (1) โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ เพื่อทดแทนรถจักร GE ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 45 ปี จำนวน 50 คัน มูลค่าโครงการประมาณ 6,562.25 ล้านบาท หรือประมาณ 195 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2) โครงการปรับปรุงระบบรางสายประธาน (ราง หมอน ประแจ สะพาน และคอนกรีตอัดแรงที่ทางจัดผ่านเสมอระดับ) ช่วงพิษณุโลก - เชียงใหม่ มูลค่าโครงการประมาณ 4,428 ล้านบาท หรือประมาณ 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3) โครงการปรับปรุงระบบรางสายประธาน (ราง หมอน ประแจ สะพาน และคอนกรีตอัดแรงที่ทางจัดผ่านเสมอระดับ) ช่วงทุ่งสง - ชุมทางหาดใหญ่ มูลค่าโครงการประมาณ 2,680.8 ล้านบาท หรือประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้คณะทำงานเพื่อดำเนินงานความร่วมมือด้านรถไฟ ระหว่างไทย-จีน เข้าร่วมประชุมคณะทำงานเพื่อดำเนินงานความร่วมมือด้านรถไฟ ระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการรถไฟ ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายจีน สรุปผลการประชุมได้ คือ 1. รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญในการสร้างทางรถไฟ และมีนโยบายการก่อสร้างและพัฒนารถไฟทั่วประเทศ กระทรวงการรถไฟได้ดำเนินงานด้านคมนาคมและการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง โดยปัจจุบันสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจำนวน 1,400 ล้านคนต่อปี และขนส่งสินค้าได้ 340 ล้านตันต่อปี 2. ฝ่ายไทยได้แจ้งผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 และขอรับการสนับสนุนด้านเทคนิคเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรถไฟจากผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงการรถไฟจีนศึกษาข้อมูลในประเทศไทย ซึ่งฝ่ายจีนยินดีให้การการสนับสนุนเรื่องดังกล่าว 3. ฝ่ายจีนได้สอบถามเรื่องที่นายกรัฐมนตรีได้ขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากจีน จำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาด้านระบบขนส่งทางรางของไทย พร้อมทั้งเสนอให้ความช่วยเหลือในการพิจารณารายละเอียดโครงการตามข้อ 2.1.3 ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล เพื่อให้เป็นโครงการนำร่องความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งฝ่ายไทยแจ้งว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว 4. ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันที่จะกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันและการเยือนในระดับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลร่วมกันต่อไป
ไทยรัฐออนไลน์
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/content/eco/109137
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ธุรกิจ/เศรษฐกิจ