หน้าแรก / ธุรกิจ/เศรษฐกิจ

วัดกึ๋น

วันที่ 07/09/2553 00:00 (ผ่านมา 520 วัน 22 ชั่วโมง 44 นาที)

ราคาสินค้าพุ่งพรวดขึ้นมา ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 3.3% จากเดือน ส.ค.52 เป็นการสูงขึ้นในอัตราสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

เงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาจากดัชนีหมวด อาหารและเครื่องดื่มที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับสิ้นเดือนกันยายนนี้สิ้นสุดการขอให้เอกชนตรึงราคาสินค้า

ดังนั้นเชื่อว่าเงินเฟ้อในเดือนถัดไป มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาสินค้าที่อั้นไว้

ส่วนเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปีที่ตั้งไว้ น่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3-3.5% ถ้าเทียบกับเศรษฐกิจไทย ที่ปีนี้น่าจะเติบโต 6-7%

ขณะเดียวกัน หากเศรษฐกิจมีความ ร้อนแรง ประกอบกับเงินยังพุ่งไม่หยุด โอกาสที่ทางการจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นมีสูง เพื่อสกัดเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่ทางการตั้งไว้

หากดอกเบี้ยขึ้นมาเร็วเกินไป ก็จะทำให้ธุรกิจเกิดการชะงักลง รวมทั้งการตัดสินใจที่จะจับจ่ายใช้สอยชะลอไปด้วย

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ราคาน้ำมันไม่พุ่งขึ้นมาเหมือนช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นทำให้แรงกดดันต่อเงินไม่น่าร้อนแรงเกินไป

ยังกังขาว่าทำไมราคาสินค้าถึงพาเหรดขึ้นมาสูง ทั้งที่ราคาน้ำมันไม่ได้เป็นแรงกดดัน แต่ผู้ประกอบการกลับอ้างในเรื่องของต้นทุนที่สูง และขอปรับราคาทุกครั้ง

ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น การนำเข้าวัตถุดิบน่าจะทำให้ต้นทุนลดลงไปด้วย ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลราคาสินค้า

ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ จะอ้าง ว่าหมดเวลาในการขอให้ตรึงราคาไว้แล้ว ต้องปล่อยให้มีการปรับราคาขึ้นไปบ้าง

ทั้งนี้หากปรับราคาที่เหมาะสมก็รับได้ แต่หากปล่อยให้ขึ้นมาพรวดเดียว กระทรวงพาณิชย์งานเข้าแน่โดนชาวบ้านสวดยับ

คงต้องดูฝีมือกระทรวงพาณิชย์ ว่าจะมีกึ๋นแค่ไหน ที่จะดูแลราคาสินค้า หรือทำได้แค่ใช้โครงการธงฟ้ากู้หน้าไว้เท่านั้น.


ต้นฉบับ: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=310&contentId=90064


ที่มา: เดลินิวส์

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ธุรกิจ/เศรษฐกิจ