หน้าแรก / ธุรกิจ/เศรษฐกิจ

“สุวัตร”เล็งตั้งกรมการท่องเที่ยว หวังกวาดบ้านสร้างความสามัคคี

วันที่ 05/09/2553 12:02 (ผ่านมา 522 วัน 10 ชั่วโมง 58 นาที)

“สุวัตร” เตรียมกวาดบ้าน รับชื่อใหม่ “กรมการท่องเที่ยว” ชงยุทธศาสตร์การบริหารองค์กร ระยะ 3 ปี เสนอ “ชุมพล” พร้อมขอตั้ง 2 ที่ปรึกษา ด้านกฏหมายและการเงิน ประเดิมจัดสัมมนาละลายพฤติกรรมข้าราชการ ก่อนมุ่งประเด็นการทำงานเชิงรุก ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและงานด้านบริการ ชี้ระบุที่ผ่านมาปัญหาถูกหมักหมมเป็นแดนสนธยา ข้าราชการเผ่นหนีทุกปี

นายสุวัตร สิทธิหล่อ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จะใช้โอกาสการปรับเปลี่ยนชื่อของสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว เป็นกรมการท่องเที่ยว จะมีผลอย่างเป็นทางการในปีงบประมาณ 2554 จัดทำแผนปฎิบัติงานของกรมใหม่ทั้งหมด โดยจะทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ ระยะ 3 ปี เพื่อนำเสนอต่อ นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอความเห็นชอบ จากนั้นจะเริ่มดำเนินการตามแผนทันที

โดยแผนระยะ 3 ปี จะประกอบด้วยการพัฒนาใน 3 หมวดหลัก ได้แก่ 1.ส่วนของบุคลากร ถือเป็นแผนเร่งด่วน จะดำเนินการทันทีก่อนแผนงานอื่น ประเดิมด้วยการจัดสัมมนาใหญ่ หวังละลายพฤติกรรม ให้ข้าราชการทุกฝ่ายได้รับทราบนโยบาย พันธกิจ และวิสัยทัศน์ ของกรมอย่างถูกต้อง เสมือนเป็นการตอกเสาเข็มใหม่ มุ่งหวังให้ทุกฝ่ายทำงานประสานกันได้ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกัน จากนั้นจะมีการสัมมนากลุ่มย่อยให้ความรู้แก่พนักงานข้าราชการให้มีความรู้ในงานด้านท่องเที่ยวทำงานเชิงรุกได้ เช่น ในส่วนของสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จะต้องทำงานในเชิงรุกได้มากกว่าเป็นหน่วยงานออกใบอนุญาติเท่านั้น

2. งานด้านพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทำงานต่อยอดจากโครงการผ่าประเทศไทย เบื้องต้นจะนำแหล่งท่องเที่ยวที่ได้จากการสำรวจ มาจัดอันดับ 50 แหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย ที่จะโปรโมต พร้อมกับพัฒนาแหล่งท่งเที่ยวเสื่อมโทรม โดยเป็นการทำงานร่วมกับชุมชน และองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น และ 3. การจัดมาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยว เช่น มาตรฐานโฮมสเตย์ มาตรฐานภัตตาคารร้านอาหาร มาตรฐานที่พัก มาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ล่องแก่ง ชมนก ปีนเขา ทุกแห่งทั่วประเทศต้องมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ตลอดจนงานบริการในส่วนของกิจการภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำ หรือดำเนินการในประเทศไทย

****ตั้งที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย-การเงิน****
นอกจากนั้น จะเสนอต่อนายชุมพล ขออนุมัติตั้งที่ปรึกษา ใน 2 ส่วน คือ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และ ที่ปรึกษาด้านการเงินและพัสดุ เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป ใช้เป็นวิธีจ้างข้าราชการในสายงานดังกล่าวที่เกษียณแล้ว ซึ่งอาจมาจากหน่วยงานอื่นๆขอรับก็ได้มาเป็นที่ปรึกษา คาดว่าจะใช้เงินเพียง 4 แสนบาทในระยะ 1 ปีงบประมาณ เพราะปัจจุบันบุคลากรของกรมฯทั้ง 2 สายงานดังกล่าว ยังขาดประสบการณ์การทำงาน เป็นผลให้เกิดการเสียเปรียบในหลายๆข้อสัญญาที่ผ่านมา ซึ่งการจ้างที่ปรึกษาในรูปแบบเอาท์ซอสมาช่วย เท่ากับทำให้ข้าราชการประจำได้เรียนรู้งานไปด้วยพร้อมกัน

“ บุคลากรฝ่ายกฎหมายและฝ่ายจัดซื้อยังอ่อนประสบการณ์ จึงทำให้หลายครั้งที่ทำผิดระเบียบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เกิดการฟ้องร้อง ประกอบกับ ผมต้องการจัดระเบียบการจัดซื้อ ใหม่ทั้งหมด ให้เป็นกรอบมาตรฐาน โดยอ้างอิงทางกฎหมายได้อย่างถูกต้องป้องกันการฟ้องร้องที่จะเกิดขึ้น ไม่อยากให้เหมือนในอดีต โดยภาพรวมการทำงานทั้งหมดของกรม จะต้องเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ปีงบประมาณ 2554 กรมการท่องเที่ยวได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งหมดราว 700 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประจำเช่น เงินเดือนบุคลากร และค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ ราว 90 ล้านบาท ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นงบลงทุนเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

ทั้งนี้แหล่งข่าวในวงการท่องเที่ยว กล่าวว่า กรมการท่องเที่ยว หรือชื่อเดิมคือ สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว มีผู้บริหารมาแล้วหลายรุ่นตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงการท่องเที่ยว ภาระกิจหลัก คือดูแลงานด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และงานด้านนโยบายด้านการท่องเที่ยว แต่ยังไม่มีรุ่นไหนที่ทำงานได้โดดเด่นและตรงจุด ทั้งที่เป็นหน่วยงานที่ปฎิบัติภาระกิจสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในทางตรงกันข้าม กลับมีปัญหาเรื่องทุจริตในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การจัดซื้อบัตร เพื่อนำมาทำบัตรมัคคุเทศก์ รวมถึงการด้านกฎหมายต่างๆที่ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ขณะที่บุคลากรก็เกิดความเบื่อหน่ายในตัวผู้บริหาร เกิดความไม่สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว และในแต่ละปีจะมีข้าราชการขอย้ายออกไปหน่วยงานอื่นในสัดส่วนที่มาก


ต้นฉบับ:


ที่มา: ผู้จัดการ

ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ธุรกิจ/เศรษฐกิจ