หน้าแรก / ธุรกิจ/เศรษฐกิจ
ผู้บริหาร ปตท.สผ.แจงน้ำมันรั่ว ไม่กระทบอินโดฯ
วันที่ 04/09/2553 05:00 (ผ่านมา 523 วัน 17 ชั่วโมง 31 นาที)
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทพีทีทีอีพี ออสตราเลเซีย (พีทีทีอีพี เอเอ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้รับหนังสือเรียกร้องจากรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่อขอค่าชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์มอนทารา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ ปตท.สผ. ซื้อมาจากบริษัทคูจี รีซอส-เซส จำกัด บริษัทพลังงานในประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ แหล่งมอนทาราอยู่ในทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย และอยู่ใกล้กับน่านน้ำ ของอินโดนีเซีย และเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2552 ได้เกิดเหตุก๊าซธรรมชาติและน้ำมันรั่วไหลระหว่างการเตรียมหลุมผลิต แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
"ดังนั้น กรณีที่รัฐบาลอินโดนีเซียส่งหนังสือเรียกร้องความเสียหายทางทะเล อันเนื่องมาจากแท่นขุดเจาะน้ำมันแหล่งมอนทาราไฟไหม้และเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติเหลวและน้ำมัน ดิบบางส่วนออกมาและได้กระจายตัวมาถึงน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยเรียกค่าเสียหายมูลค่า 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 74,400 ล้านบาท (31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่ ปตท.สผ.พบว่า หนังสือเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวไม่มีหลักฐานชัดเจนพิสูจน์ให้เห็นถึงความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องใดๆได้และมั่นใจว่าเหตุการณ์มอนทาราไม่เกิดผลกระทบกับแหล่งพลังงานของอินโดนีเซีย เนื่องจาก ปตท.สผ.เข้าควบคุมเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที"
คุมน้ำมันรั่วได้ไม่กระทบชายฝั่ง
นายอนนต์กล่าวว่าการเรียกร้องของรัฐบาลอินโดนีเซียครั้งนี้ ปตท.สผ.ยืนยันว่าจะไม่เจรจาหรือต่อรองเรื่องค่าเสียหายที่อินโดนีเซียเรียกร้องมาอย่างแน่นอน เนื่องจากการเรียกร้องดังกล่าว ไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักที่จะพิสูจน์ว่าน้ำมันจากแหล่งมอนทาราได้สร้างให้เกิดความเสียหายกับชาวประมงอินโดนีเซียตามที่กล่าวอ้าง แต่หากมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ปตท.สผ.จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงต่อไป
"ในระหว่างเกิดเหตุการณ์และหลังเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากแหล่งมอนทารา ปตท.สผ.ได้แก้ไขปัญหาและควบคุมสถานการณ์ ได้อย่างทันท่วงที และร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลียทำการประเมินผลกระทบจากการรั่วไหลอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งพบว่าน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลติมอร์สามารถควบคุมให้กระจายตัวอยู่ในวงจำกัดและไม่เข้าสู่ชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซียหรือประเทศที่มีน่านน้ำทางทะเลที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้ ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลออสเตรเลียศึกษาและวิจัยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว โดยจะเผยแพร่ผลการศึกษาให้สาธารณชนรับทราบต่อไป"
นอกจากนั้นในช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ปตท.สผ.ได้เชิญผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลอินโดนีเซียมาร่วมบินสำรวจการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียมาร่วมด้วยเพียงครั้งเดียว เมื่อ ก.ย. 2552 หลังจากนั้นรัฐบาลออสเตรเลียได้เสนอให้รัฐบาลอินโดนีเซียให้มีการสำรวจด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน แต่รัฐบาลอินโด-นีเซียปฏิเสธ จนกระทั่งเมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา ตัวแทนของ ปตท.สผ. และตัวแทนของรัฐบาลอินโดนีเซียได้มีการประชุมหารือร่วมกัน 2 ครั้ง เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย จากนั้นจึงได้ยื่นหนังสือเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายมาให้ ปตท.สผ.รับทราบ
ยันสัมพันธ์ยังดีสานลงทุนอินโดฯต่อ
"ผมขอยืนยันว่า การเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายครั้งนี้จะไม่มีผลต่อการลงทุนของ ปตท.สผ. และไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ด้านการลงทุนในกิจการพลังงานอื่นๆที่ลงทุนในอินโดนีเซีย เนื่องจาก ปตท.สผ. และรัฐบาลอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเชื่อว่ารัฐบาลอินโดนีเซียแยกแยะได้ ปัจจุบัน ปตท.สผ.มีโครงการที่ลงทุนในอินโดนีเซีย 5 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจปิโตรเลียม ได้แก่ โครงการอินโดนีเซีย เซไม ทู โครงการซาดัง โครงการเซาท์ ซาการี โครงการเซาท์ แมนด้าร์ และโครงการมาลุนด้า"
นายอนนต์กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำมันมอนทารา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างแท่นหลุมผลิตส่วนบนเพื่อทดแทนส่วนที่เกิดความเสียหาย โดย ปตท.สผ.มีแผนเริ่มการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งมอนทาราในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ทั้งนี้ ปตท.สผ.ได้มีประกันภัยคุ้มครองความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 270 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,000 ล้านบาท และเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลครั้งนี้ ปตท.สผ.ได้ตัดค่าใช้จ่ายไปแล้วในปี 2552 เป็นเงิน 10,427 ล้านบาท และได้รับเงินประกันก้อนแรกแล้วเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2552 เป็นเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,300 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ จะได้รับเงินประกันอีก 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และทยอยรับอีกในไตรมาสต่อๆไป
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีนี้ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 21,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,844 ล้านบาท หรือ 72% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ ปตท.สผ.เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งชาติที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงความปลอดภัย และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม โดยได้บริหารงานจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล และได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ในหลายๆโครงการ.
ไทยรัฐออนไลน์
ต้นฉบับ: http://www.thairath.co.th/content/eco/108461
ที่มา: ไทยรัฐ
ข่าวที่อาจเกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆในหมวด ธุรกิจ/เศรษฐกิจ